Public Health & Healthcare Sector Weekly Report
ห้วงเวลา: 19-25 ตุลาคม 2569
TLP:CLEARในรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่ 19 ถึง 25 ตุลาคม 2569 ภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อภาคสาธารณสุขและการแพทย์ทวีความซับซ้อนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มแรนซัมแวร์ยกระดับการใช้อาวุธด้วยการนำปัญญาประดิษฐ์อัตโนมัติ (Agentic AI Frameworks) เช่น Phantom เข้ามาเร่งความเร็วในการสแกนช่องโหว่และยึดครองโดเมนเพื่อเข้ารหัสข้อมูลผู้ป่วย ขณะเดียวกันการตรวจพบภัยคุกคามต่อระบบควบคุมอุตสาหกรรม (OT) ในห่วงโซ่ความเย็นสำหรับการเก็บรักษาวัคซีนและยาชีววัตถุได้สะท้อนว่าผู้โจมตีมุ่งสร้างความเสียหายต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยโดยตรง นอกจากนี้ระบบสุขภาพดิจิทัลทั้งร้านขายยาออนไลน์และเครือข่ายนักพัฒนาซอฟต์แวร์การแพทย์ยังตกเป็นเป้าหมายของการเจาะช่องโหว่เพื่อขโมยเวชระเบียนและทรัพย์สินทางปัญญา สถานพยาบาลและองค์กรสาธารณสุขจึงต้องเร่งยกระดับการเฝ้าระวังเชิงรุกทั้งในระดับโครงข่ายไอทีและระบบควบคุมอุณหภูมิทางการแพทย์
รายงานจาก SOCRadar ตรวจพบกลุ่มแรนซัมแวร์ INC (G1032) ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร The Gentlemen นำเฟรมเวิร์กปัญญาประดิษฐ์เอเจนต์ (Agentic AI) ชื่อ Phantom และ OpenCode มาสนับสนุนการเจาะระบบโรงพยาบาลและอุตสาหกรรมยา โดยระบบ AI ทำหน้าที่วิเคราะห์ช่องโหว่ สร้างสคริปต์เจาะระบบ และค้นหาเส้นทางเคลื่อนตัวในเครือข่ายเพื่อเร่งระยะเวลาการปล่อยมัลแวร์เข้ารหัสข้อมูลและขู่กรรโชกเวชระเบียนผู้ป่วย
ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อระบบบริการสุขภาพและโรงพยาบาลในไทย โดยแม้ยังไม่พบหลักฐานว่ามีสถานพยาบาลในไทยตกเป็นเหยื่อโดยตรงในระลอกนี้ แต่โรงพยาบาลและบริษัทยาในไทยที่ใช้งานระบบสารสนเทศภายนอกที่ไม่มีการป้องกันอัตโนมัติอาจเผชิญการสแกนและเจาะระบบด้วย AI ที่มีความเร็วสูงกว่ากระบวนการตรวจจับแบบเดิม
ยุทธศาสตร์: การนำ Agentic AI มาใช้โดยกลุ่มแรนซัมแวร์ชี้ชัดว่าการโจมตีไซเบอร์ในภาคสาธารณสุขกำลังก้าวสู่ยุคเครื่องจักรอัตโนมัติที่ลดเวลาจาก Initial Access สู่การเข้ารหัสข้อมูลเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง
ยุทธการ: ผู้โจมตีเปลี่ยนจากการสแกนแบบ Manual มาเป็นการกระจายโหนด AI คู่ขนาน ทำหน้าที่ทั้งลาดตระเวนระบบ สอดแนมเครือข่ายภายใน และปรับเปลี่ยนรูปแบบ Payload เพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจจับ
ยุทธวิธี: ผู้ดูแลระบบความปลอดภัยต้องเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) ทุกจุดเข้าถึงระยะไกล เฝ้าระวังพฤติกรรมการเรียกใช้สคริปต์สวมรอย analytics.js และปิดกั้นการเชื่อมต่อขาออกไปยังไอพี C2 ของกลุ่มแรนซัมแวร์
โรงพยาบาล, ระบบสาธารณสุข, อุตสาหกรรมยา (Pharmaceuticals), เครือข่ายเทคโนโลยีชีวภาพ และระบบฐานข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่วย
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง
รายงานข่าวกรองประจำสัปดาห์จาก CYFIRMA ระบุการตรวจพบกลุ่มผู้คุกคามพุ่งเป้าระบบควบคุมอุตสาหกรรม (OT/ICS) ของเครือข่ายห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) ซึ่งใช้จัดเก็บและขนส่งวัคซีน เลือด และชีววัตถุทางการแพทย์ โดยพยายามก่อวินาศกรรมดัดแปลงการตั้งค่าอุณหภูมิ ควบคู่กับการแพร่ระบาดของแรนซัมแวร์ Orova และแบ็กดอร์ IronRAT ผ่านโครงสร้าง C2 ข้ามชาติเพื่อขโมยข้อมูลและขัดขวางการรักษาพยาบาล
มีความเป็นไปได้สูงและมีความเสี่ยงตรง เนื่องจากรายงานของ CYFIRMA ระบุประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายที่ตรวจพบกิจกรรมของผู้คุกคาม โดยเฉพาะระบบโลจิสติกส์การแพทย์ คลังเวชภัณฑ์ควบคุมอุณหภูมิ และระบบไอทีของโรงพยาบาลในไทยที่เชื่อมต่ออุปกรณ์เซนเซอร์ IoT สู่คลาวด์โดยขาดการแบ่งแยกเครือข่าย
ยุทธศาสตร์: ภัยคุกคามต่อห่วงโซ่ความเย็นทางการแพทย์ยกระดับความเสี่ยงจากการโจมตีข้อมูลไปสู่ความปลอดภัยในชีวิตของผู้ป่วย ซึ่งอาจทำลายสต็อกวัคซีนและผลิตภัณฑ์ชีววัตถุระดับชาติ
ยุทธการ: ผู้โจมตีเจาะระบบผ่านโครงสร้างพื้นฐานขอบเขตเครือข่าย ก่อนแพร่กระจาย IronRAT เข้าสู่เครือข่ายควบคุมอุณหภูมิและอุปกรณ์ IoT เพื่อลอบเปลี่ยนค่าพารามิเตอร์โดยไม่ให้ระบบแจ้งเตือนทำงาน
ยุทธวิธี: หน่วยงานสาธารณสุขต้องแบ่งแยกเครือข่ายระบบติดตามอุณหภูมิ (OT Network Segmentation) ออกจากเครือข่ายสำนักงาน ตรวจสอบค่าแฮชของ IronRAT และสกัดกั้นการสื่อสารไปยังโดเมน rat.ironrat.de5.net
โรงพยาบาล, คลังวัคซีนและเวชภัณฑ์, โลจิสติกส์สาธารณสุขห่วงโซ่ความเย็น, ห้องปฏิบัติการวิจัยชีวการแพทย์
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง
NorForge เปิดเผยการตรวจพบผู้ไม่หวังดีใช้ประโยชน์จากคอนโซลเครื่องมือทดสอบเจาะระบบปัญญาประดิษฐ์ Cairn AI ที่เปิดเผยสู่สาธารณะโดยไม่ตั้งรหัสผ่าน เพื่อนำเอเจนต์ AI อัตโนมัติมาสั่งการสแกนและเจาะระบบร้านขายยาออนไลน์และระบบจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ โดย AI ทำการค้นหาช่องโหว่เว็บแอปพลิเคชัน ฝังเว็บเชลล์ และดูดข้อมูลคำสั่งซื้อยา ใบสั่งยาของผู้ป่วย ตลอดจนข้อมูลบัตรชำระเงินโดยอัตโนมัติ
มีความเสี่ยงทางอ้อมต่อระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) และแพลตฟอร์มจัดส่งยาเดลิเวอรีในไทยที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว หากแพลตฟอร์มร้านขายยาและคลินิกออนไลน์ในไทยมีช่องโหว่บนระบบชำระเงินหรือเว็บแอปพลิเคชัน อาจถูกเอเจนต์ AI ตรวจพบและลอบขโมยข้อมูลประวัติการสั่งยาของประชาชน
ยุทธศาสตร์: แพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลและร้านขายยาออนไลน์กลายเป็นเป้าหมายใหม่ของการขโมยข้อมูลส่วนบุคคลทางสุขภาพและข้อมูลการเงินผ่านเครื่องมือเจาะระบบ AI อัตโนมัติ
ยุทธการ: ผู้โจมตีนำสถาปัตยกรรม Autonomous Pentest Agent มาปรับแต่งเป็นเครื่องมือดูดข้อมูลแบบอัตโนมัติ สามารถสแกนและหาเส้นทางเจาะระบบได้โดยไม่ต้องอาศัยการสั่งการของมนุษย์แบบเรียลไทม์
ยุทธวิธี: ผู้ดูแลระบบร้านยาออนไลน์ต้องตรวจสอบช่องโหว่ของ Web Application ปิดการเข้าถึงหน้าคอนโซลทดสอบเจาะระบบจากอินเทอร์เน็ตภายนอก และบล็อกการเชื่อมต่อไปยังไอพีของเซิร์ฟเวอร์สเตจจิ้ง Cairn AIA0002
ร้านขายยาออนไลน์, แพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ด้านสุขภาพและเวชภัณฑ์, ระบบ Telemedicine, เกตเวย์รับชำระเงินค่ารักษาพยาบาล
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง
Picus Security รายงานพฤติกรรมของกลุ่มภัยคุกคามไซเบอร์ Famous Chollima (หรือ WageMole) ที่ดำเนินปฏิบัติการ Contagious Interview โดยปลอมตัวเป็นฝ่ายสรรหาบุคลากรของบริษัทเทคโนโลยีเพื่อล่อลวงวิศวกรซอฟต์แวร์ในกลุ่มเทคโนโลยีสุขภาพและชีวการแพทย์ให้ทำแบบทดสอบเขียนโปรแกรมที่ฝังโค้ดอันตราย หรือใช้เหยื่อล่อ ClickFix หลอกให้ผู้ใช้คัดลอกคำสั่ง PowerShell ที่อันตรายไปรันบนเครื่อง เพื่อปล่อยโทรจันขโมยข้อมูล BeaverTail และ InvisibleFerret เข้าขโมยข้อมูลรับรอง สิทธิการเข้าถึงระบบคลาวด์ และโค้ดต้นฉบับของระบบการแพทย์
ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อบุคลากรไอทีและนักพัฒนาซอฟต์แวร์สุขภาพในไทย โดยเฉพาะสตาร์ตอัป HealthTech และแผนกสารสนเทศโรงพยาบาลที่มีพนักงานรับงานฟรีแลนซ์หรือมองหางานในตลาดสากล ซึ่งอาจตกเป็นเป้าหมายของแคมเปญสัมภาษณ์งานปลอมและส่งผลให้โครงสร้างระบบสุขภาพถูกแทรกซึม
ยุทธศาสตร์: ภัยคุกคามต่อห่วงโซ่อุปทานบุคคลผ่านการสัมภาษณ์งานลวงกำลังคุกคามทรัพย์สินทางปัญญาและข้อมูลเทคโนโลยีสุขภาพที่มีมูลค่าสูง
ยุทธการ: ผู้โจมตีผสมผสานจิตวิทยาการรับสมัครงานเข้ากับเทคนิค ClickFix เพื่อข้ามผ่านการตรวจสอบของเกตเวย์ความปลอดภัย และมุ่งขโมยโทเคนสิทธิ์ในสภาพแวดล้อมนักพัฒนา
ยุทธวิธี: กำหนดนโยบายห้ามรันโค้ดภายนอกบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายองค์กร ตรวจสอบการคัดลอกคำสั่ง PowerShell แปลกปลอม และบล็อกโดเมนล่อลวงของ Famous Chollima
อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสุขภาพ (HealthTech), สถาบันวิจัยชีวการแพทย์, ระบบคลาวด์โรงพยาบาล, นักพัฒนาซอฟต์แวร์ทางการแพทย์
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง