Corporate Sector Monitoring Weekly Report
ห้วงเวลา: 19-25 ตุลาคม 2569
TLP:CLEARในรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่ 19-25 ตุลาคม 2569 ภาพรวมภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าภาคองค์กรธุรกิจ (Corporate) มีการยกระดับความรุนแรงและมุ่งโจมตีแกนกลางของระบบปฏิบัติการธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ ประการแรก Acronis TRU ตรวจพบปฏิบัติการแรนซัมแวร์ The Gentlemen (RaaS) ที่พัฒนาด้วยภาษา Go และใช้เทคนิค Bring Your Own Vulnerable Driver (BYOVD) โหลดไดรเวอร์ที่มีช่องโหว่เพื่อปิดการทำงานของโซลูชัน EDR และแอนติไวรัสในระดับเคอร์เนล ก่อนดำเนินการเข้ารหัสข้อมูลและขู่กรรโชกสองชั้น ประการที่สอง Netcraft เปิดโปงแคมเปญฟิชชิ่งสวมรอยกระบวนการทำงานประจำปีขององค์กร ทั้งการแจ้งปรับเงินเดือนของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ใบแจ้งหนี้ไตรมาส 4 ของฝ่ายการเงิน และการทบทวนสิทธิ์ของฝ่ายไอที โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สาธารณะและ Open Redirect เพื่อหลบเลี่ยงเกตเวย์ความปลอดภัย ประการที่สาม ศูนย์วิจัยความมั่นคงปลอดภัยไมโครซอฟท์และ Rescana เผยแพร่รายงานแจ้งเตือนกลุ่ม Storm-0940 ที่ขยายผลจากการแทรกซึมแอปพลิเคชัน ConnectWise Cloud Backup นำเฟรมเวิร์ก ARTEX มาช่วยทำ Password Spray ข้าม Tenant เพื่อขโมยข้อมูลลับและข้อมูลสำรองบน Microsoft 365 และประการสุดท้าย Rogue Authority ตรวจพบการแพร่ระบาดของตัวติดตั้ง Microsoft Teams ปลอมรูปแบบไฟล์ MSI ที่มีลายเซ็นดิจิทัล ใช้เทคนิค DLL Side-Loading โหลดมัลแวร์ BabaDeda และ CNCMachineRMS RAT เพื่อควบคุมเครื่องพนักงานและดักจับรหัสผ่านระยะไกล ส่งผลให้องค์กรธุรกิจต้องเร่งปรับปรุงนโยบายความมั่นคงปลอดภัยทั้งในระดับเครื่องลูกข่ายและการเข้าถึงบริการคลาวด์อย่างเคร่งครัด
ทีมนักวิจัย Acronis TRU ตรวจพบการขยายตัวของกลุ่มผู้ให้บริการแรนซัมแวร์ (RaaS) นาม The Gentlemen ที่มุ่งเป้าโจมตีเครือข่ายองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ตัวมัลแวร์ถูกพัฒนาขึ้นด้วยภาษา Go และมีความโดดเด่นด้วยการใช้เทคนิค Bring Your Own Vulnerable Driver (BYOVD) โดยตัวมัลแวร์จะติดตั้งไดรเวอร์ที่มีช่องโหว่แต่มีลายเซ็นดิจิทัลถูกต้องลงในระบบ เพื่อให้ได้สิทธิ์ระดับเคอร์เนล (Ring 0) แล้วเข้าไประงับการทำงานของเซอร์วิสและโพรเซสของโซลูชัน EDR ชั้นนำกว่า 15 ยี่ห้อ จากนั้นจึงดำเนินการขโมยข้อมูลสำคัญก่อนทำการเข้ารหัสไฟล์ และบีบบังคับเหยื่อด้วยการขู่กรรโชกสองชั้นผ่านเว็บไซต์ประจานข้อมูลบนเครือข่าย Tor และช่องทางสื่อสาร SimpleX
ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อองค์กรธุรกิจในไทย - องค์กรธุรกิจและภาคเอกชนในประเทศไทยที่มีการติดตั้งระบบ EDR แต่ไม่ได้เปิดใช้นโยบาย Driver Blocklist หรือไม่ได้เปิดระบบตรวจสอบความถูกต้องของโค้ดหน่วยความจำ (HVCI) มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกกลุ่มมัลแวร์ปลดอาวุธระบบป้องกันและเข้ารหัสไฟล์ฐานข้อมูลขององค์กรจนเกิดการหยุดชะงักทางธุรกิจ
ยุทธศาสตร์: กลุ่มผู้ไม่หวังดีเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการหลบซ่อนการตรวจจับ มาเป็นการเข้าปะทะและทำลายกลไกป้องกัน (Defensive Blinding) โดยตรง เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จและมูลค่าการขู่กรรโชก
ยุทธการ: ผู้โจมตีใช้เทคนิค BYOVD ในการข้ามระบบป้องกันความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการ Windows ทำให้สามารถกำจัดเครื่องมือ EDR และหยุดยั้งบริการสำรองข้อมูลก่อนเริ่มกระบวนการเข้ารหัสไฟล์
ยุทธวิธี: ฝ่ายไอทีต้องเปิดใช้งาน Microsoft Recommended Driver Blocklist บังคับใช้ Hypervisor-Protected Code Integrity (HVCI) ตรวจสอบไฟล์ที่มีสิทธิ์สูง และปิดกั้นตัวบ่งชี้ C2 และแฮชไฟล์ตามรายการ IOC
องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่, อุตสาหกรรมการผลิต, ภาคบริการการเงิน, โครงสร้างพื้นฐานไอที, และหน่วยงานสุขภาพ
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง
บริษัทวิจัยความปลอดภัย Netcraft เผยแพร่รายงานเตือนภัยการตรวจพบคลื่นการโจมตีฟิชชิ่งวงกว้างที่พุ่งเป้าองค์กรธุรกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยผู้โจมตีจัดทำเหยื่อล่อ (Lures) สอดคล้องกับวงจรธุรกิจประจำปี ได้แก่ การแจ้งทบทวนการปรับขึ้นเงินเดือนและโบนัสจากฝ่าย HR, การติดตามใบแจ้งหนี้ค้างชำระไตรมาส 4 ของฝ่ายการเงิน และการแจ้งตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงประจำปีจากฝ่ายไอที อีเมลล่อลวงจะนำเหยื่อผ่านกลไก Open Redirect บนแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ เข้าสู่หน้าล็อกอินฟิชชิ่งที่ฝังตัวอยู่บน Cloudflare Workers, Azure Blob Storage และ Google Cloud Storage เพื่อขโมยรหัสผ่านและโทเค็นเซสชันของ Microsoft 365
ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อองค์กรธุรกิจในไทย - องค์กรธุรกิจและบริษัทเอกชนในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงประเมินผลงานสิ้นปีและการปิดงบประมาณไตรมาส 4 พนักงานฝ่ายทรัพยากรบุคคล การเงิน และผู้ใช้งานทั่วไปมีความเสี่ยงสูงที่จะหลงเชื่ออีเมลล่อลวงเหล่านี้ จนนำไปสู่การรั่วไหลของบัญชีคลาวด์องค์กรและข้อมูลบัญชีการเงิน
ยุทธศาสตร์: ผู้โจมตีนำปัจจัยด้านบริบทเวลาและฤดูกาลทางธุรกิจ (Seasonal Psychology) มาเพิ่มน้ำหนักให้กับการทำวิศวกรรมสังคม ส่งผลให้อัตราการคลิกลิงก์ของพนักงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ยุทธการ: แคมเปญนี้ใช้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ถูกต้อง (Serverless และ Object Storage) ร่วมกับเทคนิค Open Redirect เพื่อหลบเลี่ยงตัวกรองอีเมลและระบบตรวจจับชื่อเสียงโดเมน
ยุทธวิธี: ฝ่ายความปลอดภัยต้องส่งประกาศเตือนภัยพนักงาน บังคับใช้การยืนยันตัวตนแบบไม่ใช้รหัสผ่าน (FIDO2/Passkey) ตรวจสอบบันทึกการส่งต่ออีเมล และบล็อกรายการโดเมนและไอพีฟิชชิ่ง
องค์กรธุรกิจทั่วไป, แผนกทรัพยากรบุคคล (HR), ฝ่ายการเงินและบัญชี, และผู้ดูแลระบบไอทีในองค์กร
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง
ศูนย์วิจัยความมั่นคงปลอดภัยไมโครซอฟท์ (MSTIC) และ Rescana รายงานการขยายผลการโจมตีห่วงโซ่อุปทานระดับ SaaS ของกลุ่มภัยคุกคาม Storm-0940 ซึ่งใช้ข้อมูลประจำตัวและกุญแจลับ API ที่รั่วไหลของแอปพลิเคชัน ConnectWise Cloud Backup (เดิมคือ SkyKick) ร่วมกับการนำเฟรมเวิร์ก Agentic AI นาม ARTEX มาดำเนินการสแกนและทำ Password Spraying ข้าม Tenant ของลูกค้าองค์กรอย่างอัตโนมัติ ผู้โจมตีสามารถดึงข้อมูลผังองค์กร เอกสารลับ บันทึกอีเมล และข้อมูลสำรองบนคลาวด์ผ่าน Microsoft Graph API โดยไม่ต้องผ่านการล็อกอินหน้าเว็บทั่วไป
ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อองค์กรในไทย - องค์กรธุรกิจและผู้ให้บริการ Managed Service Provider (MSP) ในประเทศไทยที่มีการใช้งานหรืออนุญาตให้แอปพลิเคชัน ConnectWise เข้าถึงระบบคลาวด์ Microsoft 365 ของตน มีความเสี่ยงที่ข้อมูลความลับและอีเมลภายในองค์กรจะถูกเข้าถึงและส่งออกไปยังโครงสร้างพื้นฐานของผู้ไม่หวังดี
ยุทธศาสตร์: การโจมตีห่วงโซ่อุปทานแอปพลิเคชัน SaaS ช่วยให้ผู้โจมตีสามารถข้ามกำแพงความมั่นคงปลอดภัยขององค์กรเดี่ยว เข้าถึงข้อมูลลับของลูกค้าองค์กรนับพันแห่งพร้อมกันผ่านสิทธิ์ของบุคคลที่สาม
ยุทธการ: ผู้โจมตีผสมผสานสิทธิ์ของ Entra ID App Registration ร่วมกับ Agentic AI ในการวิเคราะห์โครงสร้างสิทธิ์และกวาดดึงโทเค็นของ Microsoft Graph API อย่างรวดเร็วและลดโอกาสการตรวจพบ
ยุทธวิธี: ผู้ดูแลระบบ Entra ID ต้องเพิกถอนสิทธิ์ (Revoke Consent) ของแอปพลิเคชัน ConnectWise Cloud Backup ที่ไม่ได้ใช้งาน หมุนเวียนคีย์ลับ ตรวจสอบ Service Principal Sign-in Logs และบล็อกไอพีของผู้โจมตี
องค์กรธุรกิจผู้ใช้งาน Microsoft 365, ผู้ให้บริการจัดการระบบไอที (MSPs), สถาบันการเงิน, และหน่วยงานภาครัฐ
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง
ทีมนักวิจัย Rogue Authority ตรวจพบแคมเปญโจมตีองค์กรธุรกิจด้วยตัวติดตั้งปลอมของซอฟต์แวร์ประชุมยอดนิยม Microsoft Teams ในรูปแบบไฟล์ MSI ที่มีลายเซ็นดิจิทัล เมื่อเหยื่อรันไฟล์เพื่อติดตั้งหรืออัปเดต โปรแกรมจะทำการแตกไฟล์ของซอฟต์แวร์ Calibre ที่ถูกต้องพร้อมไฟล์ DLL ที่ถูกดัดแปลง (calibre-launcher.dll, j2Json.dll) เพื่อทำ DLL Side-Loading โหลดโหลดเดอร์ BabaDeda และโทรจันควบคุมระยะไกล CNCMachineRMS RAT เข้าสู่หน่วยความจำ มัลแวร์ตัวนี้มีขีดความสามารถในการควบคุมเครื่องพนักงานระยะไกล ดักจับการกดแป้นพิมพ์ ขโมยรหัสผ่าน และเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ควบคุม C2 ผ่านช่องทาง HTTPS เพื่อขยายผลการโจมตีภายในเครือข่าย
ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อองค์กรในไทย - โปรแกรม Microsoft Teams มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในองค์กรธุรกิจและบริษัทเอกชนในประเทศไทย หากพนักงานดาวน์โหลดตัวติดตั้งหรืออัปเดตจากเว็บไซต์เลียนแบบหรือผลการค้นหาที่มีการยิงโฆษณาปลอม เครื่องคอมพิวเตอร์ของพนักงานจะตกเป็นช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีแฝงตัวและขโมยข้อมูลความลับขององค์กร
ยุทธศาสตร์: ผู้โจมตีมุ่งเน้นการแอบอ้างเครื่องมือสื่อสารและการทำงานร่วมกันหลักขององค์กร (Enterprise Collaboration Tools) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและลดความระมัดระวังของพนักงาน
ยุทธการ: การนำเทคนิค DLL Side-Loading มาใช้กับไบนารีที่มีลายเซ็นดิจิทัล ช่วยให้โค้ดอันตรายสามารถหลบหลีกการสแกนตรวจจับของแอนติไวรัสและกลไก Windows Defender ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยุทธวิธี: ฝ่ายไอทีต้องจำกัดสิทธิ์ผู้ใช้ทั่วไปไม่ให้ติดตั้งโปรแกรมด้วยตนเอง บังคับใช้ Application Control (AppLocker/WDAC) และปิดกั้นการสื่อสารไปยังโดเมนและไอพีเซิร์ฟเวอร์ C2 ของ CNCMachineRMS
พนักงานในองค์กรธุรกิจ, ผู้ใช้งานโปรแกรม Microsoft Teams, ภาคบริการการเงิน, และองค์กรธุรกิจทั่วไป
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง