Government & Defense Weekly Report
ห้วงเวลา: 12-18 ตุลาคม 2569
TLP:CLEARในห้วงสัปดาห์ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 สถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าหน่วยงานภาครัฐ ความมั่นคง และการทูตระหว่างประเทศ มีการยกระดับขีดความสามารถที่น่าจับตา โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาสนับสนุนการพัฒนาเพย์โหลดจารกรรมข้อมูลและการเจาะลึกโครงสร้างพื้นฐานระดับแกนกลาง กรณีการเปิดโปงกลุ่มภัยคุกคาม CL-UNK-1211 ที่ใช้เอเจนต์ AI ในการช่วยเขียนสคริปต์เจาะระบบเซิร์ฟเวอร์ Linux ภาครัฐ พร้อมฝังโทรจัน SysGoRAT และแทรกแซงการตั้งค่า PHP ส่วนกลางเพื่อขโมยข้อมูลกล่องข้อความอีเมล ขณะเดียวกันยังตรวจพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มจารกรรมข้อมูลระดับรัฐ โดยเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับ Midnight Blizzard ได้ปล่อยสเตเจอร์ ChocoShell และแบ็กดอร์ CornFlake ผ่านการหลอกลวงแบบ Device-Code Phishing และเครือข่าย Wi-Fi โรงแรมเพื่อขโมยโทเคนคลาวด์ของนักการทูต ตลอดจนกลุ่ม UAT-6275 ที่อาศัยช่องโหว่ของโปรแกรม WinRAR ร่วมกับการปล่อยรีเวิร์สเชลล์ขนาดเล็กเจาะระบบกระทรวงการต่างประเทศและโครงสร้างพื้นฐานในกลุ่มประเทศ CIS และกลุ่ม Kimsuky ของเกาหลีเหนือที่ดำเนินปฏิบัติการ GitPower ฉวยใช้ GitHub และเครื่องมือ AI เจาะระบบคอมพิวเตอร์ของผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและสถาบันวิจัยความมั่นคง หน่วยงานภาครัฐของไทยจึงจำเป็นต้องยกระดับการตรวจตราความสมบูรณ์ของเซิร์ฟเวอร์และการควบคุมการยืนยันตัวตนบนระบบคลาวด์อย่างเคร่งครัด
Palo Alto Networks Unit 42 ตรวจพบแคมเปญจารกรรมข้อมูลทางไซเบอร์ของกลุ่มภัยคุกคาม CL-UNK-1211 ที่พุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์ Linux ของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับรัฐ โดยผู้โจมตีได้ประยุกต์ใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) และเอเจนต์ AI ช่วยพัฒนาและปรับแต่งโค้ดมัลแวร์ ซึ่งพบข้อความวิเคราะห์เหตุผลและคำอธิบายโครงสร้างโค้ดแบบ AI ปรากฏในสคริปต์ ผู้โจมตีได้ติดตั้งโทรจันควบคุมทางไกล SysGoRAT ที่พัฒนาด้วยภาษา Go รองรับการทำงานข้ามแพลตฟอร์มและสื่อสารผ่าน WebSockets ร่วมกับเครื่องมือขุดเจาะ GSocket และ PySoxy พร้อมทั้งใช้เทคนิคแทรกแซงการตั้งค่า PHP ส่วนกลาง (auto_prepend_file) เช่น /usr/lib/php/plesk_sys_driver.php เพื่อบังคับรันเว็บเชลล์ทุกครั้งที่มีการเรียกหน้าเว็บ ตลอดจนการดักจับรหัสผ่านของผู้ดูแลระบบด้วยการแก้ไขไฟล์ .bashrc ดักคำสั่ง sudo บันทึกลงในไฟล์ล็อกปลอม Solarwinds.StatusLog.txt เพื่อกวาดข้อมูลกล่องข้อความอีเมลและฐานข้อมูลภาครัฐ
ความเสี่ยงระดับสูงต่อหน่วยงานภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในไทย - เซิร์ฟเวอร์ของหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษาในประเทศไทยจำนวนมากใช้งานระบบปฏิบัติการ Linux และระบบจัดการเว็บโฮสติ้ง เช่น Plesk หรือ cPanel การที่ผู้โจมตีนำเครื่องมือ AI มาช่วยเขียนสคริปต์เจาะระบบแบบกึ่งอัตโนมัติและแทรกแซงระดับการตั้งค่า PHP ทำให้สามารถข้ามผ่านการตรวจจับของ WAF ทั่วไป และอาจส่งผลให้ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์หรือข้อมูลลับทางราชการถูกดักขโมย
ยุทธศาสตร์: กลุ่มจารกรรมข้อมูลเริ่มบูรณาการเทคโนโลยี Generative AI เข้าสู่วงจรการสร้างมัลแวร์และสคริปต์เจาะระบบ ช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาและยกระดับความสามารถในการปรับแต่งการโจมตีตามสภาพแวดล้อมของเป้าหมาย
ยุทธการ: ผู้โจมตีมุ่งเน้นการฝังตัวระยะยาวในระดับแกนกลางของระบบปฏิบัติการ โดยแทรกแซงคอนฟิกูเรชัน PHP ส่วนกลางและดักจับคำสั่ง sudo ผ่านเชลล์คอนฟิก เพื่อให้ได้สิทธิ์ระดับสูงสุดโดยไม่สร้างโปรเซสผิดปกติที่สะดุดตา
ยุทธวิธี: ผู้ดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์ภาครัฐต้องตรวจสอบความสมบูรณ์ของไฟล์คอนฟิกูเรชัน PHP ตรวจหาค่า auto_prepend_file ผิดปกติ ตรวจสอบไฟล์คอนฟิกูเรชันเชลล์ เช่น .bashrc และ .profile และบังคับใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) สำหรับการเข้าถึง SSH
หน่วยงานภาครัฐและฝ่ายปกครอง, หน่วยงานความมั่นคง, ผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์ Linux และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง
ReversingLabs เผยแพร่ผลการวิเคราะห์แคมเปญจารกรรมข้อมูลของกลุ่ม GTG-20006 ซึ่งได้รับการประเมินด้วยความเชื่อมั่นปานกลางว่าอาจเชื่อมโยงกับกลุ่ม Midnight Blizzard (APT29 หรือหน่วยข่าวกรองต่างประเทศของรัสเซีย SVR) โดยมุ่งเป้าโจมตีหน่วยงานการทูต องค์กรภาครัฐ ฝ่ายกลาโหม และสถาบันคลังสมอง แคมเปญนี้ใช้กลวิธีฟิชชิ่งแบบ Device-Code Phishing บน Microsoft 365 โดยหลอกล่อให้เหยื่อป้อนรหัสอุปกรณ์เพื่อมอบสิทธิ์ OAuth Token แก่ผู้โจมตี และมีการฉวยใช้หน้าล็อกอิน Captive Portal ของเครือข่าย Wi-Fi โรงแรมในการดักจับข้อมูลรับรองและกระจายมัลแวร์ เพย์โหลดหลักประกอบด้วย ChocoShell สเตเจอร์ภาษา PowerShell ที่ทำงานบนหน่วยความจำเพื่อหลบเลี่ยง AMSI และขโมยคุกกี้เซสชันของเบราว์เซอร์ และ CornFlake แบ็กดอร์ภาษา Go ที่ทำหน้าที่รักษาการฝังตัวอย่างถาวรในระบบและเปิดช่องทางควบคุมเครื่องระยะไกล ทั้งนี้ มีรายงานว่าผู้โจมตีได้นำโมเดล AI มาช่วยปรับปรุงและคอมไพล์โค้ดใหม่ซ้ำๆ เพื่อเปลี่ยนค่าแฮชและหลบเลี่ยงการตรวจจับของซอฟต์แวร์ความปลอดภัย
ความเสี่ยงระดับสูงต่อคณะทูต ข้าราชการระดับสูง และเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของไทย - ข้าราชการและตัวแทนภาครัฐของไทยที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศหรือเข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศ เสี่ยงต่อการตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีผ่านโครงข่าย Wi-Fi สาธารณะและกลวิธี Device-Code Phishing ซึ่งสามารถทะลุผ่านการป้องกัน MFA แบบเดิมและทำให้ข้อมูลการเจรจาระหว่างประเทศหรือเอกสารลับทางราชการรั่วไหล
ยุทธศาสตร์: หน่วยข่าวกรองระดับรัฐมุ่งเป้าเจาะสิทธิ์เข้าถึงบัญชีคลาวด์ของบุคลากรทางการทูตและความมั่นคง เพื่อติดตามนโยบายระหว่างประเทศและการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์
ยุทธการ: ผู้โจมตีหันมาใช้ประโยชน์จากโปรโตคอลการยืนยันตัวตนสมัยใหม่ เช่น OAuth 2.0 Device Flow และช่องโหว่เครือข่ายภายนอกองค์กร เช่น โรงแรม เพื่อข้ามผ่านระบบตรวจจับที่ติดตั้งภายในองค์กร
ยุทธวิธี: ผู้ดูแลระบบไอทีภาครัฐควรปิดการใช้งานคุณลักษณะ Device Code Flow บน Microsoft Entra ID หากไม่มีความจำเป็น และบังคับใช้นโยบาย Conditional Access กำหนดให้ต้องใช้อุปกรณ์ที่ลงทะเบียนในองค์กร (Managed Device) เท่านั้นในการเข้าถึงทรัพยากร
หน่วยงานการทูตและกระทรวงการต่างประเทศ, หน่วยงานภาครัฐ, กองทัพและความมั่นคง, สถาบันคลังสมองและนโยบายระหว่างประเทศ
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง
Cisco Talos และ Insikt Group ร่วมกันเปิดโปงปฏิบัติการทางไซเบอร์ของกลุ่มคุกคาม UAT-6275 (หรือ TAG-193 หรือ Silent Lynx) ซึ่งได้รับการประเมินว่ามีความเชื่อมโยงกับประเทศคาซัคสถาน โดยดำเนินการโจมตีอย่างต่อเนื่องมุ่งเป้าองค์กรภาครัฐ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตร พลังงาน ทรัพยากรน้ำ และการบินพลเรือนในกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS) รวมกว่า 9 ประเทศ การโจมตีใช้การส่งอีเมลฟิชชิ่งแนบเอกสาร Word ที่มีมาโคร หรือไฟล์บีบอัดที่ฉวยใช้ช่องโหว่ของโปรแกรม WinRAR (CVE-2025-8088 สำหรับการประมวลผลคำสั่งฝั่งไคลเอนต์) เพื่อปล่อยไฟล์อันตรายลงในโฟลเดอร์ Startup โดยตรง จากนั้นผู้โจมตีจะติดตั้งรีเวิร์สเชลล์และมัลแวร์ควบคุมขนาดเล็กที่พัฒนาขึ้นเอง ได้แก่ PickleShell, Chvost, Laplas และ SSDPShell พร้อมใช้สคริปต์ PowerShell ที่โฮสต์ไว้บน GitHub ในการสั่งการ รวมถึงใช้เครื่องมือ Ligolo-ng และ Cobalt Strike ในการเปิดช่องทางอุโมงค์เครือข่ายเพื่อจารกรรมข้อมูลลับภายในระบบราชการ
ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อระบบคอมพิวเตอร์สำนักงานภาครัฐของไทย - ซอฟต์แวร์ WinRAR และโปรแกรมจัดการเอกสารออฟฟิศเป็นซอฟต์แวร์พื้นฐานที่ติดตั้งใช้งานอย่างแพร่หลายในหน่วยงานราชการไทย การที่ผู้โจมตีใช้เทคนิคการเจาะระบบผ่านไฟล์บีบอัดควบคู่กับรีเวิร์สเชลล์ขนาดเล็กที่เขียนด้วยภาษาสคริปต์ ทำให้ซอฟต์แวร์แอนติไวรัสแบบดั้งเดิมตรวจจับได้ยาก หน่วยงานรัฐไทยจึงมีความเสี่ยงที่จะถูกเจาะระบบหากไม่มีการอัปเดตแพตช์ซอฟต์แวร์ปลายทางอย่างสม่ำเสมอ
ยุทธศาสตร์: กลุ่มคุกคามระดับภูมิภาคหันมาให้ความสำคัญกับการจารกรรมข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานทางยุทธศาสตร์ เช่น ทรัพยากรน้ำ การเกษตร และพลังงาน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางภูมิรัฐศาสตร์
ยุทธการ: ผู้ไม่หวังดีใช้การผสมผสานช่องโหว่ซอฟต์แวร์อรรถประโยชน์ยอดนิยมอย่าง WinRAR ร่วมกับที่เก็บโค้ดสาธารณะอย่าง GitHub เพื่อส่งผ่านสคริปต์โจมตี ช่วยพรางการรับส่งข้อมูลให้กลมกลืนกับทราฟฟิกปกติ
ยุทธวิธี: บังคับใช้นโยบายอัปเดตแพตช์ซอฟต์แวร์ WinRAR ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดในทุกเครื่องของหน่วยงาน บล็อกการดาวน์โหลดสคริปต์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา และเปิดใช้งานฟังก์ชัน Attack Surface Reduction (ASR) ในระบบปฏิบัติการ Windows
หน่วยงานภาครัฐและกระทรวงการต่างประเทศ, หน่วยงานด้านทรัพยากรน้ำ เกษตรกรรม และพลังงาน, การบินพลเรือน และองค์กรโครงสร้างพื้นฐาน
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง
ศูนย์ความปลอดภัย Genians (GSC) รายงานการตรวจพบปฏิบัติการ GitPower ดำเนินการโดยกลุ่มแฮกเกอร์ Kimsuky (หรือ TA406) ซึ่งเป็นกลุ่มภัยคุกคามระดับสูงที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ โดยมุ่งเป้าโจมตีผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายความมั่นคงและการทูตในยูเครนและสถาบันวิจัยของเกาหลีใต้ ผู้โจมตีใช้กลวิธีวิศวกรรมสังคมขั้นสูงแบบ Reply-Baiting ส่งอีเมลทักทายเชิญร่วมงานสัมมนาความมั่นคงไซเบอร์ระดับนานาชาติ หรือขอความร่วมมือทางวิชาการโดยไม่มีลิงก์หรือไฟล์แนบอันตรายในตอนแรก เมื่อเหยื่อตอบกลับจึงจะส่งไฟล์ ZIP ที่มีรหัสผ่าน หรือไฟล์ชอร์ตคัต Windows (.LNK) ที่ปลอมเป็นเอกสาร PDF การโจมตีมีความโดดเด่นด้วยการฉวยใช้แพลตฟอร์มพัฒนาซอฟต์แวร์ เช่น GitHub, GitLab และ Codeberg เป็นตัวชี้เป้าแบบ Dead-Drop Resolver (DDR) และช่องทางสั่งการควบคุม C2 ผ่าน Personal Access Token และ REST API นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานว่าผู้โจมตีเริ่มนำระบบ AI และเอเจนต์ช่วยเขียนโค้ด เช่น OpenCode มาใช้สร้างเอกสารล่อลวงและสคริปต์โจมตีแบบกึ่งอัตโนมัติภายในระบบ เพื่อลดความผิดพลาดและหลบเลี่ยงการตรวจจับ
ความเสี่ยงระดับสูงต่อนักวิชาการ สถาบันวิจัยด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคง และข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศของไทย - กลุ่ม Kimsuky มีประวัติการพุ่งเป้าหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย กลวิธีส่งอีเมลหลอกล่อแบบ Reply-Baiting ที่แอบอ้างการจัดงานสัมมนาหรือการประชุมทางวิชาการร่วมกับการใช้แพลตฟอร์ม GitHub เป็นช่องทาง C2 เป็นรูปแบบที่สามารถเจาะทะลุระบบคัดกรองอีเมลและไฟร์วอลล์ของหน่วยงานรัฐและสถาบันวิจัยในไทยได้อย่างง่ายดาย
ยุทธศาสตร์: หน่วยงานข่าวกรองเกาหลีเหนือมุ่งเน้นการรวบรวมข้อมูลข่าวกรองเชิงลึกเกี่ยวกับนโยบายความมั่นคง การทูตระหว่างประเทศ และความร่วมมือด้านกลาโหม โดยพุ่งเป้าบุคคลที่มีบทบาทในการให้คำปรึกษาเชิงนโยบายแก่รัฐบาล
ยุทธการ: ผู้โจมตีสร้างความไว้วางใจผ่านการสื่อสารหลายขั้นตอน (Multi-stage Reply-Baiting) และใช้บริการคลาวด์ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่น่าเชื่อถือเป็นโครงสร้างพื้นฐาน C2 เพื่อหลบเลี่ยงการบล็อกโดเมนระดับเครือข่าย
ยุทธวิธี: ตรวจสอบและควบคุมการใช้งาน Personal Access Tokens ของ GitHub ในเครื่องคอมพิวเตอร์สำนักงาน ติดตั้งระบบตรวจจับการสั่งรันคำสั่งผิดปกติจากไฟล์ .LNK และฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบความถูกต้องของผู้ส่งก่อนเปิดไฟล์แนบที่มีรหัสผ่าน
สถาบันวิจัยและคลังสมองด้านความมั่นคง, กระทรวงการต่างประเทศ, หน่วยงานภาครัฐและการทหาร, นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง