IT & Telecommunication Sector Weekly Report
ห้วงเวลา: 5-11 ตุลาคม 2569
TLP:CLEARในรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่ 5-11 ตุลาคม 2569 สถานการณ์ภัยคุกคามความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในภาคเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม (IT & Telecommunication) จัดอยู่ในระดับความเสี่ยงสูง (High Risk) โดยตรวจพบความพยายามแทรกซึมผ่านห่วงโซ่อุปทานซอฟต์แวร์ เครื่องมือพัฒนา และโครงสร้างพื้นฐานระดับแกนกลางอย่างมีนัยสำคัญ ประการแรก แคมเปญ GhostAction หวนกลับมาโจมตีระลอกใหญ่ด้วยการฉวยใช้สิทธิ์ส่วนบุคคล (PAT) แทรกเวิร์กโฟลว์อันตรายลงใน GitHub Actions ของคลังโค้ดสาธารณะกว่า 772 แห่งเพื่อขโมยความลับและประวัติ Git ก่อนขยายผลสู่คลังโค้ดกว่า 30,000 แห่ง ประการที่สอง พบการโจมตีจริงผ่านการเชื่อมโยงช่องโหว่คู่บนซอฟต์แวร์สำรองข้อมูลระดับองค์กร AhsayCBS (CVE-2026-105133 และ CVE-2026-105134) เพื่อรันโค้ดทางไกลในสิทธิ์ SYSTEM ฝังเว็บเชลล์และมัลแวร์ขุดเหรียญ XMRig ประการที่สาม ตรวจพบแคมเปญ GlassWorm แพร่กระจายส่วนขยาย VS Code อันตรายกว่า 10 รายการที่แอบอ้างเป็นธีมปรับแต่งหน้าจอเพื่อลอบสั่งการสคริปต์แบทช์และใช้เทคนิค Dead Drop บนบล็อกเชน Solana และประการที่สี่ นักวิจัยตรวจพบรูทคิทระดับเคอร์เนล RwyKit ที่ได้รับการลงนามดิจิทัลอย่างถูกต้อง แฝงตัวเป็นไดรเวอร์เครือข่าย NDIS เพื่อดักจับและแก้ไขการตอบสนองของทราฟฟิก HTTP ในระดับเคอร์เนล Windows โดยตรง
ทีมนักวิจัย GitGuardian เปิดเผยการกลับมาอย่างต่อเนื่องของแคมเปญ GhostAction ซึ่งพุ่งเป้าแทรกซึมห่วงโซ่อุปทานบนแพลตฟอร์ม GitHub Actions โดยผู้โจมตีอาศัยโทเคนสิทธิ์ส่วนบุคคล (PAT) ของนักพัฒนาที่รั่วไหลจากมัลแวร์ขโมยข้อมูล ลอบฝังเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติอันตรายชื่อ security-audit.yml ลงในคลังโค้ดสาธารณะกว่า 772 โครงการ ส่งผลให้ความลับกว่า 2,577 รายการถูกส่งออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม ก่อนที่ในเดือนตุลาคม 2569 จะพบการแพร่กระจายระลอกใหม่สู่คลังโค้ดกว่า 30,000 แห่ง โดยขยายขีดความสามารถไปสู่การสแกนประวัติ Git ย้อนหลังทั้งหมดเพื่อค้นหาคีย์คลาวด์และ API
ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ระดับสูงต่อนักพัฒนาซอฟต์แวร์ บริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศ และสตาร์ตอัปในไทยที่ใช้งาน GitHub Actions ในกระบวนการ CI/CD หรือพึ่งพาโอเพนซอร์สจากภายนอก หากนักพัฒนาเผลอใช้ Token ร่วมกันหรือไม่ได้ตั้งค่าป้องกันการรันเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติจาก Pull Request ภายนอก อาจนำไปสู่การรั่วไหลของ AWS, Azure หรือ GCP Secret ในระบบคลาวด์องค์กร
ยุทธศาสตร์: ภัยคุกคามสะท้อนถึงการยกระดับการเจาะห่วงโซ่อุปทานซอฟต์แวร์ สู่โครงสร้างพื้นฐานระบบอัตโนมัติของกระบวนการ DevOps เพื่อเข้าถึงกุญแจสำคัญขององค์กร
ยุทธการ: ผู้โจมตีฉวยใช้ความน่าเชื่อถือของไปป์ไลน์ CI/CD ในการสั่งรันโค้ดสแกนประวัติ Git ย้อนหลัง และส่งออกข้อมูลที่ขโมยได้ไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุมภายนอก
ยุทธวิธี: แทรกไฟล์เวิร์กโฟลว์ security-audit.yml อาศัยสิทธิ์ PAT ที่ถูกขโมย และใช้สคริปต์ส่งคำขอ HTTP POST บรรจุข้อมูล Secret ไปยังไอพี 193.32.204[.]199 พอร์ต 3000
นักพัฒนาซอฟต์แวร์, โครงการโอเพนซอร์ส, ผู้ให้บริการคลาวด์ และองค์กรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่พึ่งพากระบวนการ CI/CD
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง
Huntress ตรวจพบการโจมตีจริงผ่านการเชื่อมโยงช่องโหว่สองรายการบนซอฟต์แวร์บริหารการสำรองข้อมูลระดับองค์กร Ahsay Cloud Backup Suite (AhsayCBS) ได้แก่ ช่องโหว่ข้ามการยืนยันตัวตน (CVE-2026-105133) ในฟังก์ชัน checkSysPwd และช่องโหว่รันโค้ดระยะไกล (CVE-2026-105134) ในคอมโพเนนต์ Replication Receiver ส่งผลให้ผู้โจมตีสั่งรันคำสั่งในสิทธิ์ NT AUTHORITY\SYSTEM โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน เพื่อฝังเว็บเชลล์ รันสคริปต์ PowerShell Taskgmr.ps1 และติดตั้งมัลแวร์ขุดเหรียญ XMRig ที่พรางตัวเป็น Microsoft Edge
ความเสี่ยงโดยตรงในระดับสูงต่อผู้ให้บริการ Managed Service Provider (MSP) และศูนย์ข้อมูลหรือฝ่ายไอทีขององค์กรในไทยที่ใช้ AhsayCBS เป็นเซิร์ฟเวอร์สำรองข้อมูลส่วนกลางและเปิดพอร์ตสู่สาธารณะ หากถูกเจาะระบบอาจส่งผลให้ไฟล์ข้อมูลสำรองทั้งหมดถูกเข้าถึงหรือทำลาย รวมถึงเซิร์ฟเวอร์สำรองข้อมูลอาจถูกยึดเป็นฐานขุดเหรียญคริปโทและโจมตีโครงสร้างพื้นฐานภายใน
ยุทธศาสตร์: โครงสร้างพื้นฐานระบบสำรองข้อมูลกลายเป็นเป้าหมายหลักของผู้โจมตีเพื่อตัดตอนกลไกการกู้คืนระบบและทำลายความต่อเนื่องทางธุรกิจ
ยุทธการ: ผู้โจมตีเชื่อมต่อช่องโหว่การยืนยันตัวตนเข้ากับการรันคำสั่งทางไกลเพื่อบรรลุผลลัพธ์การควบคุมระบบแบบเบ็ดเสร็จในสิทธิ์สูงสุดของระบบปฏิบัติการ
ยุทธวิธี: ส่งคำขอ HTTP ไปยังเอนด์พอยต์ /rps/api/json/UpdateReceivers.do เพื่อให้ cbssvcX64.exe รันคำสั่ง และใช้ไดรเวอร์ WinRing0x64.sys ช่วยทำงาน
ผู้ให้บริการระบบสารสนเทศ (Managed Service Providers - MSPs), ฝ่ายไอทีองค์กร, ระบบสำรองข้อมูลระดับองค์กร
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง
ทีมวิจัยความมั่นคงปลอดภัย Socket ตรวจพบแคมเปญโจมตีห่วงโซ่อุปทานชื่อ GlassWorm ซึ่งเผยแพร่ส่วนขยายอันตรายบน VS Code Marketplace และ Open VSX รวมกันกว่า 10 รายการ โดยแอบอ้างเป็นธีมปรับแต่งหน้าจอที่มียอดดาวน์โหลดหลักพันครั้ง ภายในโค้ด JavaScript ของส่วนขยายจะลอบเรียกคำสั่งดาวน์โหลดสคริปต์แบทช์จากโดเมนภายนอกมาบันทึกเป็น temp_batch.cmd และสั่งรันแบบซ่อนหน้าต่างคอนโซล รวมทั้งยังพบการเข้ารหัสโค้ดและใช้สัญญาบนเครือข่ายบล็อกเชน Solana เป็น Dead Drop Resolver เพื่อค้นหาเซิร์ฟเวอร์ควบคุม
ความเสี่ยงระดับสูงต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของนักพัฒนาและโปรแกรมเมอร์ในองค์กรไทย - ปัจจุบัน Visual Studio Code เป็นโปรแกรมเขียนโค้ดยอดนิยมสูงสุดในหมู่นักพัฒนาไทย การติดตั้งส่วนขยายปรับแต่งหน้าจอโดยไม่ตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเข้มงวด อาจเปิดช่องทางให้ผู้โจมตีเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ของทีมพัฒนา (Developer Workstations) และขโมยซอร์สโค้ดที่เป็นความลับทางการค้า
ยุทธศาสตร์: สภาพแวดล้อมเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ (IDE) กลายเป็นช่องทางแทรกซึมที่เข้าถึงลึกถึงทรัพยากรภายในองค์กรโดยผ่านการตรวจจับของเกตเวย์ความปลอดภัย
ยุทธการ: ผู้โจมตีล่อลวงผู้ใช้ผ่านการออกแบบธีมยอดนิยมและใช้เทคนิคการซ่อนหน้าต่างเพื่อไม่ให้ผู้ใช้สังเกตเห็นความผิดปกติขณะกำลังเขียนโปรแกรม
ยุทธวิธี: แทรกคำสั่ง Node.js ดึงสคริปต์จาก hxxps://fingercakes4sale[.]store/dsyuC บันทึกเป็น temp_batch.cmd และสั่งรันผ่าน cmd.exe พร้อมแฟลก windowsHide
นักพัฒนาซอฟต์แวร์, แผนกวิศวกรรมไอที, สภาพแวดล้อม IDE และเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโปรแกรม
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง
นักวิจัยความมั่นคงปลอดภัยจาก ExaTrack ค้นพบรูทคิทระดับเคอร์เนลที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนชื่อ RwyKit ซึ่งได้รับการลงลายมือชื่อดิจิทัลอย่างถูกต้องและแฝงตัวเป็นไดรเวอร์ NDIS (Network Driver Interface Specification) โดยสวมรอยเป็นไดรเวอร์ usbcore มัลแวร์ตัวนี้มีคุณสมบัติในการดักจับ แก้ไข และปลอมแปลงการตอบสนองของข้อมูลโปรโตคอล HTTP โดยตรงที่ระดับเคอร์เนลของ Windows เพื่อเปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิกเว็บไปยังปลายทางของผู้โจมตีอย่างแนบเนียนและหลบเลี่ยงการตรวจจับของซอฟต์แวร์ความปลอดภัย
ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อระบบปฏิบัติการ Windows และเซิร์ฟเวอร์ในไทย - การฝังตัวในระดับเคอร์เนลผ่านไดรเวอร์ที่ได้รับการเซ็นรับรองถูกต้อง ทำให้โซลูชันแอนติไวรัสหรือ EDR บนโฮสต์ตรวจจับได้ยากมาก หากถูกโจมตี ข้อมูลการท่องเว็บหรือการดาวน์โหลดไฟล์ของพนักงานอาจถูกสับเปลี่ยนและนำไปสู่การติดตั้งเพย์โหลดอันตรายเพิ่มเติม
ยุทธศาสตร์: การแทรกซึมระดับเคอร์เนลผ่านไดรเวอร์ที่ได้รับใบรับรองถูกต้องสะท้อนถึงขีดความสามารถขั้นสูงของผู้โจมตีในการทำลายความน่าเชื่อถือของกลไกความปลอดภัยระบบ
ยุทธการ: บิดเบือนการไหลของข้อมูลเครือข่ายตั้งแต่ระดับเคอร์เนล ทำให้ระบบตรวจสอบความปลอดภัยบนโฮสต์มองไม่เห็นข้อมูลที่ถูกดัดแปลงแก้ไข
ยุทธวิธี: ติดตั้ง NDIS filter driver สวมชื่อเซอร์วิส usbcore และเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ tt.51wanyx[.]net เพื่อรับคำสั่งและคอนฟิกการเปลี่ยนเส้นทาง HTTP
โครงสร้างพื้นฐานระบบปฏิบัติการ Windows, สภาพแวดล้อมเครือข่ายไอทีองค์กร, เครื่องเซิร์ฟเวอร์และเครื่องลูกข่าย
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง