CGI-CTI-WEEKLY-20261012-HLT  ·  VER 1.0  ·  TLP:CLEAR

รายงานการเฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ภาคสาธารณสุขและการแพทย์ ประจำสัปดาห์

Public Health & Healthcare Sector Weekly Threat Intelligence Report

ห้วงเวลา: 5-11 ตุลาคม 2569

TLP:CLEAR
HIGH RISK (ความเสี่ยงระดับสูง) ยืนยันจากหลายแหล่งข้อมูลระดับ Tier-1 และ Tier-2 ตรวจพบแรงกดดันทางไซเบอร์ต่อภาคสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดตัวโมเดล RaaS ขู่กรรโชกสองชั้นของกลุ่ม Emperador, การที่พันธมิตรแรนซัมแวร์ Gentlemen แฝงตัวฉวยใช้สิทธิ์ CI/CD และโปรโตคอล MCP เจาะขโมยข้อมูลเภสัชกรรมและการแพทย์, ประกาศเตือนร่วมระดับสากลกรณีกลุ่มแฮกเกอร์ระดับรัฐจีนผสานเครื่องมืออัตโนมัติเจาะระบบสาธารณสุข, และความเสี่ยงของอุปกรณ์การแพทย์รุ่นเก่าที่ไม่สามารถอัปเดตช่องโหว่ได้

ภาพรวมประจำสัปดาห์

ในรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่ 5 ถึง 11 ตุลาคม 2569 ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าภาคสาธารณสุขและการแพทย์ยังคงทวีความซับซ้อน โดยพบการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธวิธีอย่างชัดเจนของกลุ่มกรรโชกทรัพย์ทางการเงินที่หันมาใช้โมเดลขู่กรรโชกสองชั้นควบคู่กับการประยุกต์ใช้โปรโตคอล AI สมัยใหม่ เช่น การเคลื่อนไหวของกลุ่มแรนซัมแวร์ Emperador ที่พัฒนาด้วยภาษา Rust ปฏิบัติการในรูปแบบ RaaS ขโมยข้อมูลและขู่กรรโชกองค์กร 37 แห่งทั่วโลก รวมถึงหน่วยงานสาธารณสุข ขณะที่ทีมวิจัย CloudSEK เปิดโปงปฏิบัติการของพันธมิตรแรนซัมแวร์ Gentlemen รหัส Azazel ที่ฉวยใช้ข้อมูลความลับ CI/CD และโปรโตคอล Model Context Protocol ในการขโมยข้อมูลวิจัยทางการแพทย์และเภสัชกรรม นอกจากนี้ พันธมิตรความมั่นคงไซเบอร์สากลนำโดย CISA ได้ออกประกาศแจ้งเตือน AA26-281A กรณีกลุ่มภัยคุกคามเชื่อมโยงรัฐบาลจีนผสานเครื่องมือสแกนอัตโนมัติเข้ากับการเจาะระบบโดยตรงเพื่อจารกรรมข้อมูลภาคสุขภาพและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ควบคู่กับรายงานจาก Cisco Talos ที่ตอกย้ำถึงความเปราะบางของอุปกรณ์การแพทย์ดั้งเดิมที่ไม่สามารถอัปเดตแพตช์ได้และภัยคุกคามมัลแวร์ที่ฝังคำสั่งพรางตัวหลบหลีกการตรวจจับของระบบวิเคราะห์ AI

เหตุการณ์เด่นประจำสัปดาห์

พันธมิตรแรนซัมแวร์ Gentlemen แฝงตัวฉวยใช้ความลับ CI/CD และโปรโตคอล MCP โจมตีจารกรรมข้อมูลภาคการแพทย์และเภสัชกรรม

เผยแพร่: 5 ตุลาคม 2569  ·  แหล่งที่มา: CloudSEK TRIAD  ·  Admiralty B2

ทีมวิเคราะห์ CloudSEK TRIAD เปิดเผยรายงานสืบสวนปฏิบัติการของ Azazel ซึ่งเป็นพันธมิตรของกลุ่มแรนซัมแวร์ The Gentlemen ที่ใช้ภาษารัสเซีย ก่อเหตุโจมตีเหยื่อกว่า 24 องค์กรใน 6 ประเทศ โดยมีเป้าหมายครอบคลุมกลุ่มสาธารณสุข เภสัชกรรม และชีวการแพทย์ ผู้โจมตีลักลอบนำโทเคนและข้อมูลความลับของระบบ CI/CD มาใช้เปิดช่องทางเข้าสู่ระบบ และประยุกต์ใช้โปรโตคอล Model Context Protocol ผ่านสคริปต์ C2 เช่น mcp_test.py และเครื่องมือสแกน internet-census-mcp-scanner เพื่อควบคุมระบบและส่งออกข้อมูลสำคัญไปยังระบบจัดเก็บไฟล์คลาวด์ ก่อนนำข้อมูลไปเผยแพร่บนเว็บไซต์กรรโชกทรัพย์ส่วนตัวเพื่อเรียกค่าไถ่

ผลกระทบต่อประเทศไทย

ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อองค์กรในไทย โดยองค์กรด้านสาธารณสุข การแพทย์ชีวภาพ และบริษัทยาในประเทศไทยเริ่มนำระบบอัตโนมัติ CI/CD และเครื่องมือทดสอบ AI มาใช้งานในระบบวิจัยและจัดการข้อมูลผู้ป่วย หากไม่มีการจัดเก็บค่า Secret และ API Keys ในระบบ Secrets Management ที่รัดกุม อาจถูกแฮกเกอร์ฉวยใช้ข้อมูลรับรองในการแทรกซึมเข้าถึงฐานข้อมูลเวชระเบียนและสูตรยาทางการค้า

การวิเคราะห์ 3 ระดับ

ยุทธศาสตร์: กลุ่มพันธมิตรแรนซัมแวร์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการเข้ารหัสไฟล์ธรรมดาไปสู่การจารกรรมทรัพย์สินทางปัญญาด้านสุขภาพและเภสัชกรรม พร้อมใช้ประโยชน์จากโปรโตคอล AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและขโมยข้อมูล

ยุทธการ: ฝ่ายรักษาความมั่นคงปลอดภัยต้องจัดทำระบบหมุนเวียนและจัดเก็บค่า Secrets ในกระบวนการ CI/CD แยกจากโค้ด พร้อมทั้งตรวจสอบการเชื่อมต่อขาออกจากเครื่องมือทดสอบ AI ไปยังภายนอกเครือข่ายอย่างเข้มงวด

ยุทธวิธี: ตรวจสอบการใช้งานสคริปต์ภาษา Python ที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูล PostgreSQL และ MSSQL ผ่าน pg_dump ตลอดจนการเฝ้าระวังการส่งถ่ายข้อมูลผ่านพอร์ต 443 ไปยังผู้ให้บริการคลาวด์ MEGA และบล็อกการเชื่อมต่อไปยังโดเมนและไอพี C2 ของกลุ่มผู้โจมตี

อุตสาหกรรม/เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ

องค์กรสาธารณสุขและการแพทย์ (Healthcare), อุตสาหกรรมเภสัชกรรมและชีวการแพทย์ (Pharmacy, Biomedical), ภาคการประกันภัยสุขภาพ, และระบบพัฒนาซอฟต์แวร์ CI/CD

MITRE ATT&CK
T1190 Exploit Public-Facing Application T1552.001 Credentials In Files T1528 Steal Application Access Token T1071.001 Web Protocols T1567.002 Exfiltration to Cloud Storage T1486 Data Encrypted for Impact
IOC ที่สำคัญ
23.236.169[.]183 162.220.163[.]26 forgitlab[.]com 66.179.30[.]155 141.95.252[.]30 66.203.124[.]135

ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง

กลุ่มแรนซัมแวร์ Emperador บนภาษา Rust เปิดตัวโมเดล RaaS ขู่กรรโชกสองชั้นพุ่งเป้าองค์กร 37 แห่งทั่วโลก

เผยแพร่: 5 ตุลาคม 2569  ·  แหล่งที่มา: CyberXTron Research  ·  Admiralty B2

ทีมวิจัย CyberXTron ตรวจพบการเคลื่อนไหวของกลุ่มแรนซัมแวร์กลุ่มใหม่ชื่อ Emperador ซึ่งปฏิบัติการในรูปแบบ Ransomware-as-a-Service โดยพัฒนาตัวเข้ารหัสด้วยภาษา Rust รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Windows และ Linux ด้วยอัลกอริทึม ChaCha20 ตัวมัลแวร์มีขนาดเล็กไม่ถึง 1 MB และมาพร้อมแผงควบคุมอัตโนมัติสำหรับพันธมิตรในการสร้างเพย์โหลด เจรจาเรียกค่าไถ่ และเผยแพร่ข้อมูลที่ขโมยมา กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้วิธีการขู่กรรโชกสองชั้นและได้เผยแพร่รายชื่อเหยื่อบนเว็บไซต์ Tor Leak Site แล้วจำนวน 37 องค์กรใน 19 ประเทศ ครอบคลุมหลากหลายภาคส่วนรวมถึงโรงพยาบาลและสาธารณสุข โดยเสนอส่วนแบ่งรายได้สูงถึง 90% ให้แก่พันธมิตรเพื่อเร่งขยายการโจมตี

ผลกระทบต่อประเทศไทย

ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อองค์กรในไทย โดยกลุ่ม Emperador มุ่งโจมตีเป้าหมายอย่างไม่เลือกสัญชาติใน 19 ประเทศรวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โรงพยาบาลและสถานพยาบาลในไทยที่ใช้งานระบบแม่ข่ายทั้ง Windows และ Linux ที่ยังขาดการสำรองข้อมูลแบบออฟไลน์ มีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเป้าหมายของการเจาะระบบเพื่อขโมยเวชระเบียนและระงับการให้บริการทางการแพทย์

การวิเคราะห์ 3 ระดับ

ยุทธศาสตร์: โมเดลธุรกิจ RaaS ที่เปิดรับพันธมิตรอย่างเสรีพร้อมให้ส่วนแบ่ง 90/10 จูงใจให้เกิดการร่วมมือกับนายหน้าขายสิทธิ์เข้าถึงระบบเพื่อเร่งเจาะเครือข่ายสถานพยาบาล

ยุทธการ: ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยของโรงพยาบาลต้องเฝ้าระวังมัลแวร์ที่เขียนด้วยภาษา Rust ซึ่งมีความสามารถในการหลบเลี่ยงการตรวจจับของซิกเนเจอร์แบบดั้งเดิม และเร่งตรวจสอบความปลอดภัยของทั้งระบบ Windows และ Linux

ยุทธวิธี: ตรวจสอบและสกัดกั้นการเชื่อมต่อเครือข่าย Tor ไปยังเว็บไซต์กรรโชกทรัพย์, เฝ้าระวังการลบ Shadow Copies และ Event Logs ด้วยคำสั่งระบบ, และคัดกรองการรับส่งอีเมลไปยังที่อยู่ติดต่อของผู้ก่อเหตุ

อุตสาหกรรม/เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ

สถานพยาบาลและสาธารณสุข (Health), โรงงานอุตสาหกรรมการผลิต, หน่วยงานภาครัฐ, ระบบโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม, และระบบเซิร์ฟเวอร์แบบ Cross-Platform (Windows และ Linux)

MITRE ATT&CK
T1547 Boot or Logon Autostart Execution T1027 Obfuscated Files or Information T1497 Virtualization/Sandbox Evasion T1070 Indicator Removal T1562.001 Disable or Modify Tools T1486 Data Encrypted for Impact
IOC ที่สำคัญ
emprdr4p7iwlhpky33tswt3k2qdeljyjcdpoysabudmmrz4z32laexad[.]onion xdlmfao@morke[.]ru

ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง

พันธมิตรความมั่นคงไซเบอร์สากลเตือนกลุ่มแฮกเกอร์ระดับรัฐจีนผสานเครื่องมืออัตโนมัติและเทคนิค Hands-on เจาะระบบจารกรรมข้อมูลภาคสาธารณสุข

เผยแพร่: 8 ตุลาคม 2569  ·  แหล่งที่มา: CISA / FBI / NSA / CNMF  ·  Admiralty A1

หน่วยงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สหรัฐฯ (CISA, FBI, NSA) ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการภารกิจไซเบอร์แห่งชาติ ออกประกาศแจ้งเตือนร่วมรหัส AA26-281A ระบุว่ากลุ่มภัยคุกคามที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลจีนได้ยกระดับยุทธวิธีโดยผสานเครื่องมือสแกนเครือข่ายอัตโนมัติเข้ากับการเจาะระบบโดยตรงเพื่อแทรกซึมเข้าสู่เครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดยเฉพาะภาคสาธารณสุขและสุขอนามัย (Healthcare and Public Health), โรงงานอุตสาหกรรมวิกฤต, และหน่วยงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ก่อเหตุใช้เครื่องมือโอเพนซอร์ซและมัลแวร์เฉพาะทางในการสำรวจช่องโหว่ ดัมป์ข้อมูลประจำตัว และขโมยข้อมูลลับของระบบวิจัยทางการแพทย์

ผลกระทบต่อประเทศไทย

ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อองค์กรในไทย โดยหน่วยงานสาธารณสุข โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย และศูนย์วิจัยทางคลินิกในประเทศไทยที่เชื่อมโยงกับโครงการระหว่างประเทศ เป็นเป้าหมายที่มีมูลค่าสูงในการจารกรรมข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาด้านชีวการแพทย์ การใช้เครื่องมือสแกนอัตโนมัติของกลุ่มผู้โจมตีอาจพบช่องโหว่ในระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของสถานพยาบาลไทยได้อย่างรวดเร็ว

การวิเคราะห์ 3 ระดับ

ยุทธศาสตร์: ผู้คุกคามระดับรัฐมุ่งเน้นการโจมตีภาคสาธารณสุขเพื่อโจรกรรมข้อมูลผลการวิจัยทางชีววิทยาและเวชระเบียนประชากรสำหรับสร้างความได้เปรียบเชิงภูมิรัฐศาสตร์และการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ

ยุทธการ: ฝ่ายป้องกันต้องเฝ้าระวังพฤติกรรมการสแกนหาช่องโหว่แบบครอบคลุมและต่อเนื่อง รวมถึงการตรวจสอบการดัมป์หน่วยความจำ LSASS หรือบัญชี Active Directory ภายในเครือข่ายโรงพยาบาล

ยุทธวิธี: เฝ้าระวังและสกัดกั้นแฮชของเครื่องมือสแกนและมัลแวร์ เช่น nbtscan_linux, DiagTrack.exe, live700_v1.exe, conhost.exe (SoftEther VPN จำแลง) และ secretsdump.exe พร้อมทั้งจำกัดการเชื่อมต่อโปรโตคอลการบริหารจัดการจากภายนอก

อุตสาหกรรม/เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ

ภาคสาธารณสุขและสุขอนามัย (Healthcare and Public Health), โรงพยาบาลและสถาบันวิจัยการแพทย์, หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ, และผู้ให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ

MITRE ATT&CK
T1190 Exploit Public-Facing Application T1078 Valid Accounts T1046 Network Service Discovery T1003 OS Credential Dumping T1059.004 Unix Shell T1567 Exfiltration Over Web Service
IOC ที่สำคัญ
2fbcb1995c458e5affd5fb8f1f979a08ddce21714a2e413aa3d5dc44f9f245fe 804a53be802378a8ec4c94602fd3d6584e0d472d83148e8a42c731950fec415d c4503db6ece93eddf4511e787607cb14606a1df9f526f1e39992497119437cec b1552703ff0035f197c22cdb3a514bb6aa45ec98de3ef5409faab0978f18c35e 644decbc6ce8c52382f4755fa6fc2cb4d89a0e7ec0e574c11b398a6f2eed04b1

ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง

Cisco Talos เผยแพร่แนวทางบริหารความเสี่ยงระบบดั้งเดิมในภาคสาธารณสุข และเตือนมัลแวร์ฝังคำสั่งพรางตัวหลบหลีก AI

เผยแพร่: 8 ตุลาคม 2569  ·  แหล่งที่มา: Cisco Talos Intelligence Group  ·  Admiralty B2

รายงานจดหมายข่าว Threat Source ของ Cisco Talos ชี้ประเด็นสำคัญด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงในระบบเทคโนโลยีดั้งเดิม ซึ่งพบได้อย่างแพร่หลายในโรงพยาบาลและสถานพยาบาล เช่น เครื่องมือแพทย์และระบบการพิมพ์เช็คการเงินที่มีข้อจำกัดไม่สามารถอัปเดตระบบปฏิบัติการใหม่ได้และหยุดการทำงานไม่ได้ โดยเสนอแนวทางแบ่งแยกเครือข่ายอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งแจ้งเตือนการตรวจพบมัลแวร์ยุคใหม่ เช่น ตระกูล MANTLEMAZE ที่เริ่มฝังคำสั่งภาษาธรรมชาติแบบ Prompt Injection ลงในไบนารีไฟล์ เพื่อหลอกลวงระบบวิเคราะห์ความปลอดภัยอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ร่วมกับการใช้ไดรเวอร์ที่มีช่องโหว่ปิดการทำงานของระบบ EDR

ผลกระทบต่อประเทศไทย

ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อองค์กรในไทย โดยโรงพยาบาลไทยจำนวนมากยังมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ ระบบเวชระเบียนรุ่นเก่า หรือระบบสนับสนุนที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการรุ่นที่ไม่ได้รับการสนับสนุนด้านความปลอดภัย ซึ่งไม่สามารถอัปเดตหรือติดตั้งโปรแกรมป้องกันได้ การขาดการแบ่งแยกเครือข่ายที่รัดกุมอาจทำให้ระบบเหล่านี้กลายเป็นจุดอ่อนให้ผู้โจมตีแทรกซึมและฝังตัวในระยะยาว

การวิเคราะห์ 3 ระดับ

ยุทธศาสตร์: ผู้บริหารโรงพยาบาลต้องตระหนักว่าความปลอดภัยของระบบดั้งเดิมที่ไม่สามารถอัปเดตได้ขึ้นอยู่กับการควบคุมสภาพแวดล้อมเครือข่ายและการบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่การรอคอยแพตช์จากผู้ผลิตเพียงอย่างเดียว

ยุทธการ: ออกแบบสถาปัตยกรรมเครือข่ายโรงพยาบาลแบบแยกโซน ปิดกั้นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของอุปกรณ์การแพทย์ และตรวจสอบกระบวนการประมวลผลของระบบตรวจจับภัยคุกคาม AI ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการฉีดคำสั่งพรางตัว

ยุทธวิธี: ตรวจจับไฟล์ไบนารีที่พบการฝังข้อความภาษาธรรมชาติที่สั่งการระบบวิเคราะห์, ตรวจสอบการโหลดไดรเวอร์ต้องสงสัยที่อาจถูกใช้ในเทคนิค BYOVD, และเฝ้าระวังแฮชตัวอย่างมัลแวร์ที่ตรวจพบตามฐานข้อมูลความปลอดภัยของ Cisco Talos

อุตสาหกรรม/เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ

สถานพยาบาลและโรงพยาบาล (Healthcare Providers), อุปกรณ์ทางการแพทย์และระบบปฏิบัติการดั้งเดิม (Legacy OT/IT Devices), ระบบวิเคราะห์มัลแวร์อัตโนมัติด้วย AI, และศูนย์ปฏิบัติการ SOC

MITRE ATT&CK
T1027 Obfuscated Files or Information T1562.001 Disable or Modify Tools T1078 Valid Accounts T1211 Exploitation for Defense Evasion T1486 Data Encrypted for Impact
IOC ที่สำคัญ
9f1f11a708d393e0a4109ae189bc64f1f3e312653dcf317a2bd406f18ffcc507 fed979f93bcaf4e73ebd25748093a92095d5109cbd01d55f97bdc50ce509ad2f 9896a6fcb9bb5ac1ec5297b4a65be3f647589adf7c37b45f3f7466decd6a4a7f 73ac1bbfaee6c76c34f655ac0477a4cd930f2aa55e658c8e312ff81aac9a741f 58d6fec4ba24c32d38c9a0c7c39df3cb0e91f500b323e841121d703c7b718681

ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง

ข้อสังเกตประจำสัปดาห์

ข้อเสนอแนะ