Energy & Utilities Sector Cyber Threat Intelligence Weekly Report
ห้วงเวลา: 28 กันยายน - 4 ตุลาคม 2569
TLP:CLEARในรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2569 ภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อภาคพลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities) ทวีความเข้มข้นในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญ โดยปรากฏความเคลื่อนไหวเชิงยุทธวิธีใน 3 รูปแบบหลัก: ประการแรก กลุ่มภัยคุกคามที่มีความเชื่อมโยงกับจีน Longlegs (หรือ Storm-2603) ได้เปิดฉากโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านสาธารณูปโภคน้ำประปาและโทรคมนาคม ด้วยการเจาะช่องโหว่บนเซิร์ฟเวอร์ Microsoft SharePoint เพื่อใช้เทคนิค BYOVD ปิดระบบป้องกันก่อนแพร่กระจายแรนซัมแวร์ Warlock สู่เครื่องคอมพิวเตอร์ในโดเมนจำนวนมาก ประการที่สอง มีการตรวจพบแคมเปญฟิชชิ่งวงกว้างที่หลอกล่อด้วยเอกสารจัดซื้อจัดจ้างปลอมเพื่อปล่อยโทรจันควบคุมระยะไกล LxBase RAT มุ่งเป้าไปยังบุคลากรในภาคพลังงานและวิศวกรรมการผลิต และประการที่สาม การค้นพบบอตเน็ตสายพันธุ์ใหม่ Cling โดยศูนย์วิจัย Nozomi Networks ซึ่งมีความสามารถในการเจาะช่องโหว่อุปกรณ์เกตเวย์อุตสาหกรรมและอำพรางการสื่อสาร C2 ผ่านโปรโตคอล STUN ร่วมกับรายงานวิเคราะห์ความมั่นคงของสถาบัน FDD ที่เน้นย้ำถึงจุดเปราะบางจากการพึ่งพาโครงข่ายดิจิทัลพลเรือนและห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีต่างชาติในระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน
กลุ่มภัยคุกคามที่มีความเชื่อมโยงกับจีน Longlegs (หรือ Storm-2603 / ChamelGang) ก่อเหตุโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างน้อย 4 แห่ง รวมถึงผู้ให้บริการสาธารณูปโภคน้ำประปาและผู้ให้บริการโทรคมนาคม ในประเทศกลุ่มผู้ใช้ภาษาโปรตุเกสและสเปน โดยฉวยใช้ช่องโหว่บนเซิร์ฟเวอร์ Microsoft SharePoint แบบ On-Premises (ชุด ToolShell) เพื่อฝังเว็บเชลล์ ASPX ขโมย ASP.NET machine keys และทำ Remote Code Execution ก่อนใช้เทคนิค BYOVD ผ่านไดรเวอร์ K7RKScan ปิดระบบความปลอดภัย AV/EDR บนเครื่องเป้าหมายกว่า 40 เครื่อง และกระจายแรนซัมแวร์ Warlock ผ่านการแชร์ไดเรกทอรี SYSVOL ของโดเมนไปยังเครื่องลูกข่ายกว่า 33 เครื่องพร้อมกัน
ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อหน่วยงานสาธารณูปโภคน้ำประปา การไฟฟ้า และผู้ให้บริการโทรคมนาคมในไทย ที่ยังคงติดตั้งใช้งาน Microsoft SharePoint Server ภายในเครือข่ายอินทราเน็ตขององค์กร หากระบบยังไม่ได้รับการติดตั้งแพตช์ความมั่นคงปลอดภัยล่าสุดตามคำเตือนของ CISA อาจตกเป็นเป้าหมายการเจาะระบบเพื่อขโมยคีย์เข้ารหัสและใช้เป็นฐานที่มั่นในการแพร่กระจายแรนซัมแวร์ทำลายข้อมูลระบบควบคุมและการดำเนินงาน
ยุทธศาสตร์: สะท้อนเป้าหมายเชิงจารกรรมควบคู่กับการทำลายล้างของกลุ่มแฮกเกอร์ระดับรัฐ-หนุนหลังที่หันมามุ่งเป้าโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนและสาธารณูปโภคเพื่อสร้างผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
ยุทธการ: ผู้โจมตีประสานการใช้ช่องโหว่เว็บเซิร์ฟเวอร์เข้ากับการเจาะลึกระบบควบคุมโดเมน Active Directory โดยอาศัยกลไกการจำลองข้อมูลของระบบ (SYSVOL Replication) เพื่อกระจายมัลแวร์ไปทั่วทั้งเครือข่ายอย่างรวดเร็ว
ยุทธวิธี: ใช้เว็บเชลล์สกัด ViewState machine keys สลับไปใช้การรีโมตผ่าน VS Code Insiders tunnels เพื่อพรางตัว และนำไดรเวอร์ที่มีช่องโหว่ (K7RKScan) มาปิดการทำงานของระบบความปลอดภัยระดับเคอร์เนล
สาธารณูปโภคน้ำประปา (Water Utilities), โทรคมนาคม (Telecommunications), โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (Critical Infrastructure), รัฐบาลท้องถิ่น และมหาวิทยาลัย
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยตรวจพบแคมเปญฟิชชิ่งส่งอีเมลเป็นวงกว้างที่พุ่งเป้าองค์กรในภาคพลังงาน การผลิต วิศวกรรม และการขนส่ง โดยใช้เหยื่อล่อเป็นการขอใบเสนอราคาและเอกสารสั่งซื้อสินค้าจากคู่ค้าต่างประเทศ ไฟล์แนบเป็นไฟล์ RAR ที่ปลอมแปลงนามสกุลเป็น .tar ภายในบรรจุ JavaScript Loader มีการเข้ารหัสซับซ้อนเพื่อรันคำสั่งสคริปต์ VBS และ PowerShell พร้อมตั้งเวลา Scheduled Tasks ก่อนจะฉีดโค้ด .NET ของโทรจัน LxBase RAT เข้าสู่กระบวนการของระบบ MSBuild.exe เพื่อขโมยรหัสผ่านเว็บเบราว์เซอร์และเปิดช่องทางควบคุมเครื่องระยะไกล
ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อและวิศวกรโครงสร้างพื้นฐานในองค์กรพลังงาน โรงกลั่นน้ำมัน โรงไฟฟ้า และนิคมอุตสาหกรรมในไทย ที่ต้องติดต่อประสานงานกับผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเออร์ข้ามชาติ หากระบบคัดกรองอีเมลไม่ตรวจสอบเนื้อหาภายในไฟล์บีบอัดที่มีการแปลงนามสกุลหลอกลวง อาจทำให้บุคลากรหลงเชื่อและรันสคริปต์จนเกิดการรั่วไหลของข้อมูลประจำตัวเข้าสู่ระบบสารสนเทศองค์กร
ยุทธศาสตร์: โมเดล Malware-as-a-Service ราคาประหยัดเปิดโอกาสให้อาชญากรไซเบอร์เข้าถึงเครื่องมือจารกรรมข้อมูลขั้นสูงและพุ่งเป้ากลุ่มอุตสาหกรรมหนักที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง
ยุทธการ: ใช้ประโยชน์จากความคุ้นชินในการเปิดไฟล์เอกสารสั่งซื้อสินค้าเพื่อแทรกซึมเข้าสู่เครือข่ายไอทีขององค์กรพลังงานเป็นด่านแรก ก่อนนำข้อมูลประจำตัวไปขายต่อหรือใช้เป็นสะพานเชื่อมสู่เครือข่ายปฏิบัติการ
ยุทธวิธี: อำพรางไฟล์แนบด้วยการใช้นามสกุล .tar ทับไฟล์ RAR สร้างกลไกความคงทนผ่าน Scheduled Tasks และทำ Process Injection เข้าสู่อรรถประโยชน์ MSBuild.exe เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ
พลังงาน (Energy), การผลิต (Manufacturing), วิศวกรรม (Engineering), โลจิสติกส์และการขนส่ง (Transport), การเงิน และเทคโนโลยีสารสนเทศ
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง
สถาบัน Foundation for Defense of Democracies (FDD) เผยแพร่รายงานวิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ ระบุว่าขีดความสามารถในการเคลื่อนกำลังและส่งกำลังบำรุงของพันธมิตร NATO ในยุโรปต้องพึ่งพาเครือข่ายดิจิทัล คมนาคม และโครงข่ายไฟฟ้าพลเรือนที่อยู่นอกเหนือการกำกับดูแลโดยตรงของกองทัพ โดยพบช่องโหว่สำคัญจากการที่กลุ่มทุนรัฐวิสาหกิจจีนถือครองกรรมสิทธิ์และบริหารจัดการท่าเรือยุทธศาสตร์กว่า 20 แห่ง และการที่บริษัทจีนเป็นผู้วางระบบเคเบิลสื่อสารใต้น้ำใกล้เส้นทางยุทธศาสตร์ ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงทางไซเบอร์ การก่อวินาศกรรมตัดกระแสไฟฟ้า และการขัดขวางระบบ SCADA/OT ในภาวะวิกฤต
ความเสี่ยงเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ต่อหน่วยงานกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (CII) ด้านพลังงานและคมนาคมในไทย ที่มีการจัดซื้อระบบควบคุมและเทคโนโลยีดิจิทัลจากคู่สัญญาข้ามชาติ จำเป็นต้องประเมินความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Risk Assessment) และความมั่นคงด้านอธิปไตยทางดิจิทัลของเครือข่ายสาธารณูปโภคอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการถูกดักรับข้อมูลหรือตัดการทำงานจากระยะไกล
ยุทธศาสตร์: การพึ่งพาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของต่างชาติสร้างจุดเปราะบางร้ายแรงต่อความมั่นคงแห่งชาติ โดยศัตรูสามารถใช้ปฏิบัติการไซเบอร์ตัดการเชื่อมต่อด้านพลังงานและคมนาคมโดยไม่ต้องเปิดฉากสงครามเต็มรูปแบบ
ยุทธการ: ระบบควบคุมอุตสาหกรรม (SCADA/OT) ในท่าเรือ รางรถไฟ และสถานีจ่ายไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับระบบพลเรือนขาดการประสานงานด้านความมั่นคงไซเบอร์ร่วมกัน ทำให้เกิดช่องว่างในการตรวจจับภัยคุกคามแบบผสมผสาน
ยุทธวิธี: ผู้ไม่หวังดีสามารถใช้ประโยชน์จากการเข้าถึงระดับฮาร์ดแวร์และเครือข่ายใต้น้ำเพื่อดักจับทราฟฟิก หรือส่งคำสั่งควบคุมปลอมแปลงผ่านช่องทางบริหารจัดการระยะไกลเพื่อระงับการจ่ายกระแสไฟฟ้าและบริการขนส่ง
พลังงานและระบบส่งจ่ายไฟฟ้า (Energy & Power Grids), ท่าเรือและพาณิชยนาวี (Ports & Maritime), โลจิสติกส์และระบบราง (Logistics & Rail), โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (Critical Infrastructure) และความมั่นคงทางทหาร
ไม่มี IOCs เชิงเทคนิคเนื่องจากเป็นรายงานการประเมินเชิงยุทธศาสตร์และนโยบายความมั่นคง (Strategic & Policy Assessment)
ดูรายละเอียดรายงานฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง
นักวิจัยจาก Nozomi Networks เปิดเผยการค้นพบบอตเน็ตตัวใหม่ชื่อ Cling ที่มุ่งเจาะอุปกรณ์ IoT เครือข่ายและเกตเวย์อุตสาหกรรมผ่านช่องโหว่ Command Injection บนชิปเซ็ต Realtek Jungle SDK (CVE-2021-35394) จุดเด่นคือการนำโปรโตคอล STUN (RFC-8489 ซึ่งใช้สำหรับ NAT Traversal ในการประชุมออนไลน์ เช่น Teams และ Zoom) มาดัดแปลงเป็นช่องทางสั่งการ C2 โดยส่งคำขอไปยังเซิร์ฟเวอร์ STUN สาธารณะรวมถึง stun.l.google.com ด้วย Transaction ID ที่เป็นศูนย์ทั้งหมด และเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ C2 ลับเพื่อรับคำสั่งยิง DDoS หรือส่งต่อพร็อกซี ทำให้ตรวจจับทราฟฟิกผิดปกติได้ยากยิ่ง
ความเสี่ยงสูงต่ออุปกรณ์เกตเวย์สื่อสารภาคสนาม (Field Cellular Gateways, RTU/PLC Communication Modules, Edge Routers) ในระบบ Smart Grid สถานีไฟฟ้าย่อย และระบบตรวจวัดมาตรน้ำอัจฉริยะในไทย ที่มักติดตั้งชิปเซ็ตหรือ SDK ฝังตัวของ Realtek และเปิดให้เข้าถึงได้จากภายนอก หากอุปกรณ์เหล่านี้ถูกยึดครอง อาจถูกใช้เป็นฐานยิงโจมตี DDoS ทำลายระบบบริการออนไลน์ หรือใช้เป็นจุดดักรับข้อมูลทราฟฟิกในเครือข่ายสาธารณูปโภค
ยุทธศาสตร์: บอตเน็ตยุคใหม่เริ่มปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการแพร่กระจายแบบสุ่ม มาสู่การฝังตัวอย่างแนบเนียนในอุปกรณ์เครือข่ายชายขอบ (Network Edge) เพื่อรอรับคำสั่งโจมตีเป้าหมายที่มีความสำคัญสูง
ยุทธการ: อำพรางทราฟฟิกควบคุมให้ดูเหมือนการใช้งานโปรโตคอล STUN ทั่วไปของแอปพลิเคชันการประชุมทางไกล ทำให้ระบบตรวจสอบความปลอดภัยระดับเครือข่ายและไฟร์วอลล์ตรวจไม่พบความผิดปกติ
ยุทธวิธี: เจาะช่องโหว่ผ่านแพ็กเก็ต UDP พอร์ต UDPServer ฝังไฟล์มัลแวร์ในไดเรกทอรี /root/.cling ไฮแจ็กไฟล์ไบนารี wget สำหรับการคงอยู่ถาวร และส่ง Datagram ปลอมแปลงไปยังเซิร์ฟเวอร์ STUN เพื่อลงทะเบียนบอต
พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities), ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid), เทคโนโลยีสารสนเทศและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (IT & ISP), คมนาคมโทรคมนาคม (Telecoms) และอุปกรณ์ IoT ในภาคอุตสาหกรรม
ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง