CGI-CTI-WEEKLY-20261005-CORP  ·  VER 1.0  ·  TLP:CLEAR

รายงานการเฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ภาคบริการธุรกิจและ SMEs ประจำสัปดาห์

Corporate Services & SMEs Sector Weekly Report

ห้วงเวลา: 28 กันยายน - 4 ตุลาคม 2569

TLP:CLEAR
HIGH RISK (ความเสี่ยงระดับสูง) ยืนยันจากหลายแหล่งข้อมูลระดับ tier-1 และ tier-2 - ตรวจพบแนวโน้มการขโมยข้อมูลองค์กรโดยตรงโดยไม่ใช้มัลแวร์เรียกค่าไถ่, การใช้ Phishing-as-a-Service ขโมยโทเค็นผ่าน Device Code Flow เพื่อหลบเลี่ยง MFA, และการฉวยใช้ช่องโหว่ Zero-Day บนอุปกรณ์เกตเวย์องค์กร

ภาพรวมประจำสัปดาห์

ในรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2569 ภัยคุกคามไซเบอร์ที่มุ่งเป้าภาคบริการธุรกิจและกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธวิธีอย่างชัดเจน โดยกลุ่มผู้โจมตีทางการเงินหันมามุ่งเน้นการรีดไถข้อมูล (Data Extortion) แบบไม่พึ่งพาการเข้ารหัสไฟล์ (Encryption-less Extortion) เช่น กลุ่ม Silent Ransom Group ที่เจาะจงโจมตีสำนักงานกฎหมายและที่ปรึกษาธุรกิจ รวมถึงการบุกรุกบัญชี Microsoft 365 เพื่อดึงข้อมูลผ่าน Microsoft Graph API ขณะเดียวกันพบการแพร่กระจายของแพลตฟอร์มฟิชชิ่งสำเร็จรูป EvilTokens ที่ใช้ประโยชน์จาก Microsoft Device Code Flow ในการขโมย Session Tokens เพื่อข้ามผ่านการตรวจสอบสิทธิ์หลายปัจจัย (MFA) และการฉวยใช้ช่องโหว่ Zero-Day บนอุปกรณ์เกตเวย์ Citrix NetScaler เพื่อติดตั้งเว็บเชลล์แฝงตัวในระบบเครือข่ายองค์กร

เหตุการณ์เด่นประจำสัปดาห์

กลุ่ม Silent Ransom Group ยกระดับการรีดไถข้อมูลแบบไม่เข้ารหัสไฟล์ พุ่งเป้าสำนักงานกฎหมายและบริการวิชาชีพ

เผยแพร่: 30 กันยายน 2569  ·  แหล่งที่มา: CyberXTron  ·  Admiralty B2

กลุ่มคนร้าย Silent Ransom Group (SRG) ซึ่งมีรากฐานเชื่อมโยงกับอดีตกลุ่ม Conti ได้ขยายปฏิบัติการขโมยข้อมูลและขู่กรรโชกทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการโจมตีสำนักงานกฎหมายและองค์กรบริการวิชาชีพในสหรัฐฯ โดยไม่ติดตั้งมัลแวร์เรียกค่าไถ่เพื่อเข้ารหัสไฟล์ แต่ใช้วิธีโทรศัพท์หลอกลวง (Voice Phishing) อ้างเป็นฝ่ายสนับสนุนไอที ชักจูงให้พนักงานติดตั้งเครื่องมือ Remote Access แล้วทำการขโมยข้อมูลออกไปยัง Clearnet Data Leak Sites พร้อมทั้งเรียกค่าไถ่ตั้งแต่ 1 ถึง 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ผลกระทบต่อประเทศไทย

ยังไม่พบหลักฐานว่ามีสำนักงานกฎหมายหรือบริษัทที่ปรึกษาในประเทศไทยตกเป็นเหยื่อโดยตรงในรายงานนี้ อย่างไรก็ตาม องค์กรธุรกิจไทยที่มีการติดต่อประสานงานกับสำนักงานกฎหมายระหว่างประเทศ หรือใช้บริการ Outsource ไอทีภายนอก มีความเสี่ยงทางอ้อมต่อการถูกใช้เป็นช่องทางเข้าถึงข้อมูลความลับทางธุรกิจและสัญญาการค้า

การวิเคราะห์ 3 ระดับ

ยุทธศาสตร์: ขบวนการกรรโชกทรัพย์เปลี่ยนผ่านสู่การโจรกรรมข้อมูลล้วนโดยไม่เข้ารหัสไฟล์ เพื่อหลีกเลี่ยงระบบตรวจจับมัลแวร์และลดความเสี่ยงที่เหยื่อจะกู้คืนระบบจากสำรองข้อมูล

ยุทธการ: ผู้โจมตีเน้นการโจมตีผ่านปัจจัยบุคคลด้วยวิศวกรรมสังคมทางโทรศัพท์ ร่วมกับการใช้โปรแกรม Remote Access ถูกกฎหมายเพื่อขโมยไฟล์ออกสู่เซิร์ฟเวอร์ภายนอกภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ยุทธวิธี: ฝ่ายไอทีควรจำกัดสิทธิ์การติดตั้งซอฟต์แวร์รีโมตที่ไม่ได้รับอนุญาต และกำหนดกระบวนการยืนยันตัวตนเจ้าหน้าที่สนับสนุนไอทีก่อนอนุญาตให้เข้าควบคุมเครื่องพนักงาน

อุตสาหกรรม/เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ

สำนักงานกฎหมาย, ธุรกิจบริการวิชาชีพ (Professional Services), สถาบันการเงิน, ธุรกิจประกันภัย, และระบบเวิร์กสเตชันของพนักงาน

MITRE ATT&CK
T1566.004 Spearphishing Voice T1219 Remote Access Software T1567.002 Exfiltration to Cloud Storage T1657 Financial Theft T1078 Valid Accounts
IOC ที่สำคัญ
business-data-leaks[.]com ep6pheij[.]com spycorp[.]pro heopldenticalderr[.]org 192.236.147[.]131

ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง

แพลตฟอร์มฟิชชิ่งสำเร็จรูป EvilTokens ฉวยใช้ Microsoft Device Code Flow ขโมย Session Tokens เพื่อข้ามผ่าน MFA

เผยแพร่: 30 กันยายน 2569  ·  แหล่งที่มา: ANY.RUN  ·  Admiralty B2

นักวิจัยความมั่นคงปลอดภัยตรวจพบความเคลื่อนไหวของบริการฟิชชิ่งสำเร็จรูป EvilTokens ซึ่งนำเสนอรูปแบบ Phishing-as-a-Service โดยใช้ประโยชน์จากกลไกการยืนยันตัวตน Microsoft Device Code Flow ส่งลิงก์หลอกลวงให้เหยื่อป้อนรหัสอุปกรณ์บนหน้าต่างทางการของ Microsoft ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถดักจับ Application Access Token และ Session Cookie ของเหยื่อได้โดยตรง ทำให้สามารถเข้าถึงระบบคลาวด์องค์กรได้โดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) ซ้ำ

ผลกระทบต่อประเทศไทย

เป็นความเสี่ยงระดับสูงต่อองค์กรธุรกิจและ SMEs ในประเทศไทยที่ใช้งาน Microsoft 365 และ Entra ID เป็นระบบยืนยันตัวตนหลัก เนื่องจากการโจมตีประเภทนี้อาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกต้องของ Microsoft ทำให้ระบบคัดกรองอีเมลทั่วไปไม่สามารถตรวจจับได้

การวิเคราะห์ 3 ระดับ

ยุทธศาสตร์: ผู้ไม่หวังดีหันมาพึ่งพาบริการฟิชชิ่งสำเร็จรูปที่มีความซับซ้อนสูง เพื่อเจาะระบบยืนยันตัวตนบนคลาวด์องค์กรโดยลดต้นทุนการพัฒนาเครื่องมือเอง

ยุทธการ: แคมเปญนี้ใช้กระบวนการ Device Code Phishing เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการขโมยรหัสผ่านธรรมดาไปสู่การขโมย OAuth Session Tokens ที่มีสิทธิ์ใช้งานสมบูรณ์

ยุทธวิธี: ผู้ดูแลระบบควรจำกัดหรือปิดการใช้งาน Device Code Flow ผ่าน Conditional Access Policies หากผู้ใช้งานไม่มีความจำเป็นต้องล็อกอินผ่านอุปกรณ์ประเภท Smart TV หรืออุปกรณ์ไร้หน้าจอ

อุตสาหกรรม/เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ

องค์กรธุรกิจทุกขนาดที่ใช้งาน Microsoft 365, สถาบันการเงิน, ภาคการผลิต, และผู้ใช้งาน Entra ID

MITRE ATT&CK
T1566.002 Spearphishing Link T1528 Steal Application Access Token T1539 Steal Web Session Cookie T1204.001 Malicious Link T1071.001 Web Protocols
IOC ที่สำคัญ
preponacrea[.]com hxxps://preponacrea[.]com/est/js/main[.]js

ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง

ผู้โจมตียึดบัญชี Microsoft 365 และใช้ Microsoft Graph API ดึงข้อมูลองค์กรขู่เรียกค่าไถ่โดยไม่ต้องพึ่งพามัลแวร์

เผยแพร่: 1 ตุลาคม 2569  ·  แหล่งที่มา: Binary Defense  ·  Admiralty B2

ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัย Binary Defense เปิดเผยรายงานการรับมือภัยคุกคามที่มุ่งเป้าองค์กรธุรกิจ โดยคนร้ายใช้วิธี Adversary-in-the-Middle (AitM) เพื่อดักจับเซสชันและลงทะเบียนวิธี MFA สำรอง (Software Token) ไว้เพื่อคงสิทธิ์การเข้าถึง (Persistence) จากนั้นใช้สิทธิ์ของบัญชีที่ถูกยึดเรียกใช้คำสั่งผ่าน Microsoft Graph API ดึงไฟล์ข้อมูลสำคัญจาก SharePoint, OneDrive และกล่องข้อความ Exchange รวมกว่า 350,000 รายการ แล้วส่งข้อความขู่กรรโชกทรัพย์กำหนดเวลา 72 ชั่วโมงผ่านอีเมลและ Microsoft Teams ภายในองค์กร

ผลกระทบต่อประเทศไทย

แม้กรณีศึกษาที่พบจะเกิดขึ้นกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสุขภาพในต่างประเทศ แต่รูปแบบการโจมตีถือเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อองค์กรธุรกิจในไทยที่เก็บเอกสารการเงินและข้อมูลลูกค้าบน SharePoint และ OneDrive โดยไม่มีระบบแจ้งเตือนพฤติกรรมผิดปกติของการเรียกใช้ API

การวิเคราะห์ 3 ระดับ

ยุทธศาสตร์: ขอบเขตความปลอดภัยขององค์กรได้ย้ายจากระดับเครือข่ายภายในไปสู่ระบบระบุตัวตนบนคลาวด์ ซึ่งการถูกยึดโทเค็นเพียงตัวเดียวสามารถสร้างความเสียหายได้เทียบเท่าการถูกมัลแวร์เรียกค่าไถ่

ยุทธการ: ผู้โจมตีใช้ฟังก์ชัน API มาตรฐานของแพลตฟอร์มคลาวด์ในการขโมยข้อมูลปริมาณมหาศาล ทำให้ระบบป้องกันระดับเอ็นด์พอยต์ไม่พบการทำงานของโค้ดอันตราย

ยุทธวิธี: ควรตั้งค่าแจ้งเตือนการลงทะเบียนอุปกรณ์ MFA วิธีใหม่ทันที และตรวจสอบทราฟฟิกการเข้าสู่ระบบแบบ Non-interactive Sign-ins ที่มีการเรียกใช้งาน Graph API ผิดปกติ

อุตสาหกรรม/เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ

องค์กรธุรกิจบริการ, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, สถานพยาบาล, และบริการคลาวด์ Microsoft 365 (SharePoint, OneDrive, Exchange Online, Teams)

MITRE ATT&CK
T1557 Adversary-in-the-Middle T1621 Multi-Factor Authentication Request Generation T1078.004 Cloud Accounts T1098.005 Device Registration T1213.002 SharePoint T1567.002 Exfiltration to Cloud Storage
IOC ที่สำคัญ
50.189.64[.]212 43.135.172[.]72 170.203.114[.]175 208.85.11[.]255 209.222.97[.]34

ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง

ตรวจพบการฉวยใช้ช่องโหว่ Zero-Day บน Citrix NetScaler ADC และ Gateway ติดตั้งเว็บเชลล์ WHIPSHOT และทันเนล SLAPSHOT

เผยแพร่: 29 กันยายน 2569  ·  แหล่งที่มา: Google Threat Intelligence  ·  Admiralty A1

กลุ่มวิเคราะห์ภัยคุกคามของ Google (Mandiant) ตรวจพบการโจมตีช่องโหว่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน (Zero-Day) บนอุปกรณ์ Citrix NetScaler ADC และ NetScaler Gateway ซึ่งถูกใช้งานอย่างกว้างขวางในองค์กรธุรกิจเพื่อการเข้าถึงเครือข่ายระยะไกล โดยผู้โจมตีทำการติดตั้งเว็บเชลล์ภาษา PHP ชื่อ WHIPSHOT ที่พรางตัวเป็นไฟล์ไอคอนระบบ (เช่น nsgclient.ico) และเครื่องมือสร้างท่อสัญญาณเครือข่าย SLAPSHOT เพื่อใช้เชื่อมต่อระยะไกลและคงสิทธิ์การเข้าถึงเครือข่ายภายในองค์กรอย่างลับ ๆ

ผลกระทบต่อประเทศไทย

มีโอกาสได้รับผลกระทบระดับสูง เนื่องจากอุปกรณ์ Citrix NetScaler มีการติดตั้งใช้งานเป็นเกตเวย์รีโมตและ VPN หลักในองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ภาคการเงิน และกลุ่มธุรกิจบริการในประเทศไทย หากอุปกรณ์ดังกล่าวยังไม่ได้ติดตั้งแพตช์ความปลอดภัย อาจกลายเป็นช่องทางเปิดให้ผู้โจมตีแทรกซึมเข้าสู่เครือข่ายภายในได้โดยตรง

การวิเคราะห์ 3 ระดับ

ยุทธศาสตร์: อุปกรณ์ขอบเครือข่าย (Edge Devices) และเกตเวย์ VPN ยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญอันดับหนึ่งของผู้โจมตีระดับสูงในการเจาะทะลวงผ่านแนวป้องกันรอบนอกขององค์กร

ยุทธการ: ผู้โจมตีผสมผสานการใช้ช่องโหว่ Zero-Day ร่วมกับการพรางตัวเว็บเชลล์ในไฟล์ทรัพยากรปกติของระบบ เพื่อให้ทนทานต่อการตรวจสอบความสมบูรณ์ของระบบ

ยุทธวิธี: ผู้ดูแลระบบควรตรวจสอบไฟล์ AliasMatch ในการกำหนดค่าเว็บเซิร์ฟเวอร์ และเร่งตรวจสอบความผิดปกติของคำขอไฟล์ .ico ในพาธ /vpn/media/ ตามคำแนะนำของ Mandiant

อุตสาหกรรม/เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ

องค์กรธุรกิจที่ใช้งาน Citrix NetScaler ADC และ Gateway, ภาคการเงิน, หน่วยงานให้คำปรึกษาทางธุรกิจ, และระบบโครงสร้างพื้นฐานไอที

MITRE ATT&CK
T1190 Exploit Public-Facing Application T1068 Exploitation for Privilege Escalation T1505.003 Web Shell T1036 Masquerading T1572 Protocol Tunneling T1090.001 Internal Proxy
IOC ที่สำคัญ
143.198.7[.]94 157.254.167[.]12 /vpn/media/nsgclient[.]ico /vpn/media/e6ee7c85[.]ico

ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง

ข้อสังเกตประจำสัปดาห์

ข้อเสนอแนะ