CGI-CTI-WEEKLY-20260921-HLT · VER 1.0 · TLP:CLEAR

รายงานการเฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ภาคสาธารณสุขและโรงพยาบาล ประจำสัปดาห์

Public Health & Healthcare Sector Weekly Report
ห้วงเวลา: 14-20 กันยายน 2569
TLP:CLEAR
HIGH RISK ความเสี่ยงระดับสูง - ตรวจพบการโจมตีแรนซัมแวร์เจาะจงสถาบันการแพทย์ในภูมิภาคเอเชีย การจารกรรมข้อมูลชีวการแพทย์ และการบุกรุกโครงข่ายโทรคมนาคมหลักในไทย

ภาพรวมประจำสัปดาห์

ในรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่ 14-20 กันยายน 2569 ภาคสาธารณสุขและการแพทย์เผชิญแรงกดดันจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่หลากหลาย ทั้งการโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ Beast (GodDamn) ที่มุ่งเป้าสถาบันการแพทย์ผ่านช่องทาง Remote Desktop Protocol (RDP) โดยใช้เทคนิค Drive Redirection ปลดอาวุธระบบรักษาความปลอดภัย การค้นพบคลัสเตอร์ภัยคุกคาม BambooToken ซึ่งใช้โปรโตคอล MQTT ในการรับส่งคำสั่ง C2 สอดแนมข้อมูลจากองค์กรด้านชีวการแพทย์ในเอเชีย แคมเปญฟิชชิ่งปลอมแปลงหน่วยงานประกันสังคมและสิทธิประโยชน์สุขภาพแพร่กระจายแบ็กดอร์ ScreenConnect รวมถึงการตรวจพบผู้ไม่หวังดีเจาะระบบผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ 3BB ในประเทศไทยผ่านช่องโหว่ FortiGate SSL-VPN ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อเนื่องต่อโครงข่ายเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพและสถานพยาบาลระดับภูมิภาคทั่วประเทศ

เหตุการณ์เด่นประจำสัปดาห์

มัลแวร์เรียกค่าไถ่ Beast (GodDamn) บุกรุกระบบสถาบันการแพทย์ผ่าน RDP และใช้เทคนิค Drive Redirection ปลดอาวุธระบบรักษาความปลอดภัย

เผยแพร่: 14 กันยายน 2569 · แหล่งที่มา: ESTsecurity (Alyac Blog) Admiralty C2

ศูนย์วิจัยความมั่นคงปลอดภัย ESTsecurity ตรวจพบเหตุการณ์แรนซัมแวร์ Beast (GodDamn) โจมตีสถาบันการแพทย์ในเกาหลีใต้ โดยผู้โจมตีบุกรุกผ่าน Remote Desktop Protocol (RDP) และอาศัยฟังก์ชัน Drive Redirection (\\tsclient\) คัดลอกเครื่องมืออย่าง PCHunter (Ph_press.exe) เข้ามาบังคับปิดการทำงานของซอฟต์แวร์แอนติไวรัส จากนั้นรันตัวแรนซัมแวร์ Beast ซึ่งมีข้อมูลการตั้งค่าขนาด 17,409 ไบต์ เข้ารหัสด้วย ChaCha20 ฝังอยู่ภายใน ตัวมัลแวร์มีกลไกตรวจสอบรหัสภาษาเพื่อหลีกเลี่ยงระบบในกลุ่มประเทศ CIS พร้อมฟังก์ชันลบ Volume Shadow Copies และเข้ารหัสไฟล์ในโฟลเดอร์เครือข่ายที่แชร์ร่วมกัน

ผลกระทบต่อประเทศไทย

ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อองค์กรในไทย โดยเฉพาะโรงพยาบาล คลินิกเอกชน และศูนย์บริการสาธารณสุขที่มีการเปิดพอร์ต RDP สู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตสาธารณะเพื่อการสนับสนุนระยะไกล หากไม่มีการบังคับใช้ MFA หรือจำกัดสิทธิ์การแชร์ไดรฟ์ อาจตกเป็นเป้าหมายของการบุกรุกและเข้ารหัสข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่วยในลักษณะเดียวกัน

การวิเคราะห์ 3 ระดับ

ยุทธศาสตร์: สถาบันทางการแพทย์ยังคงเป็นเป้าหมายที่มีมูลค่าสูงของการขู่กรรโชกข้อมูลเนื่องจากความจำเป็นในการให้บริการรักษาพยาบาลตลอดเวลา

ยุทธการ: ผู้โจมตียกระดับเทคนิคการนำเข้าเครื่องมือโจมตีผ่าน RDP Drive Redirection ซึ่งลดร่องรอยบนดิสก์และทำให้การพิสูจน์หลักฐานดิจิทัลทำได้ยากขึ้น

ยุทธวิธี: ผู้ดูแลระบบเครือข่ายโรงพยาบาลต้องปิดการอนุญาต RDP Drive Redirection ผ่าน Group Policy Object (GPO) และบังคับใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย

อุตสาหกรรม/เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ

ภาคสาธารณสุขและการแพทย์ (Healthcare Sector), โรงพยาบาล, สถาบันการแพทย์, เซิร์ฟเวอร์ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMR)

MITRE ATT&CK
T1021.001 Remote Desktop Protocol T1133 External Remote Services T1562.001 Disable or Modify Tools T1486 Data Encrypted for Impact T1490 Inhibit System Recovery T1547.001 Registry Run Keys / Startup Folder T1135 Network Share Discovery
IOC ที่สำคัญ
57c57116d503d5b2a104f8c5b12897ac 6358c491ae24ba0a1d1375e5c57d7a8d

ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง

กลุ่มภัยคุกคาม BambooToken ใช้โปรโตคอล MQTT ควบคุมมัลแวร์ข้ามแพลตฟอร์มและเทคนิค DLL Sideloading มุ่งเป้าภาคชีวการแพทย์ในเอเชีย

เผยแพร่: 15 กันยายน 2569 · แหล่งที่มา: Black Lotus Labs (Lumen) Admiralty B2

ทีมนักวิจัย Black Lotus Labs รายงานการค้นพบกลุ่มภัยคุกคามข้ามแพลตฟอร์ม BambooToken ที่เคลื่อนไหวตั้งแต่ปี 2566 ถึง 2569 โดยใช้โปรโตคอล Message Queueing and Telemetry Transport (MQTT) สำหรับระบบสั่งการและควบคุม (C2) แบบ Publish/Subscribe สถาปัตยกรรมนี้ช่วยซ่อนเซิร์ฟเวอร์ C2 ตัวจริงไว้เบื้องหลัง MQTT Broker ผู้โจมตีใช้เทคนิค DLL Sideloading ผ่านโปรแกรมยืนยันตัวตน OnKey ของบริษัท Tendyron เพื่อติดตั้งมัลแวร์ลงบนระบบ Windows และ Linux มุ่งเป้าดักรับข้อมูล แป้นพิมพ์ และภาพหน้าจอจากองค์กรด้านชีวการแพทย์ (Biomedical), สถาบันการเงิน, หน่วยงานกฎหมาย และผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ในเอเชียและอเมริกาใต้

ผลกระทบต่อประเทศไทย

ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อองค์กรในไทย โดยเฉพาะศูนย์วิจัยทางการแพทย์ ห้องปฏิบัติการชีววิทยาศาสตร์ และบริษัทยาในประเทศไทยที่อาจตกเป็นเป้าหมายการจารกรรมทรัพย์สินทางปัญญาและสูตรวิจัยทางการแพทย์ผ่านช่องทางซัพพลายเชนซอฟต์แวร์

การวิเคราะห์ 3 ระดับ

ยุทธศาสตร์: ภัยคุกคามขั้นสูงมุ่งเป้าภาคชีวการแพทย์เพื่อจารกรรมข้อมูลงานวิจัยทางการแพทย์ที่มีมูลค่าเชิงยุทธศาสตร์และการแข่งขันระดับภูมิภาค

ยุทธการ: ผู้พัฒนาภัยคุกคามหันมาใช้โปรโตคอล IoT และระบบส่งต่อข้อความ MQTT เพื่ออำพรางทราฟฟิก C2 ให้กลมกลืนกับข้อมูลระบบสื่อสารทั่วไป

ยุทธวิธี: ฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยต้องเฝ้าระวังการเชื่อมต่อพอร์ต MQTT (TCP 1883/8883) ที่ผิดปกติจากเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปและบังคับใช้นโยบายตรวจจับ DLL Sideloading

อุตสาหกรรม/เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ

ภาคชีวการแพทย์และเวชภัณฑ์ (Biomedical & Pharmaceuticals), ภาคสาธารณสุข, สถาบันการเงิน, องค์กรด้านกฎหมาย, หน่วยงานภาครัฐ

MITRE ATT&CK
T1071.005 Publish/Subscribe Protocols T1574.001 DLL Side-Loading T1055 Process Injection T1056.001 Keylogging T1113 Screen Capture T1195 Supply Chain Compromise
IOC ที่สำคัญ
202.144.192[.]23 210.1.226[.]238 c2iznja[.]com chat5188[.]tk bf0681e43f51e98fe7ec24bf73a43facc66b0feb325a3a835f8f01b2861b926e

ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง

แคมเปญฟิชชิ่งปลอมแปลงสำนักงานประกันสังคมและสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ แพร่กระจายแบ็กดอร์ ScreenConnect เพื่อเข้าควบคุมระบบระยะไกล

เผยแพร่: 14 กันยายน 2569 · แหล่งที่มา: Malware-Traffic-Analysis.net Admiralty C2

นักวิเคราะห์ตรวจพบแคมเปญฟิชชิ่งผ่านอีเมลที่แอบอ้างชื่อสำนักงานประกันสังคมและกองทุนสวัสดิการสุขภาพ (Social Security Administration) โดยข้อความในอีเมลชักชวนให้เหยื่อคลิกลิงก์ย่อ t.co ซึ่งจะทำการเปลี่ยนเส้นทางไปยังหน้าเว็บหลอกลวง icci-sa[.]com/xgov เพื่อหลอกให้ดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งปลอม ตัวไฟล์ที่ถูกดาวน์โหลดมาเป็นซอฟต์แวร์ควบคุมระบบระยะไกล ScreenConnect ที่ถูกดัดแปลงเป็นแบ็กดอร์ เมื่อทำงานจะเปิดช่องทางเชื่อมต่อไปยังไอพี C2 ของผู้โจมตี ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าถึงและควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ของบุคลากรทางการแพทย์ได้จากระยะไกล

ผลกระทบต่อประเทศไทย

ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อองค์กรในไทย โดยผู้ไม่หวังดีอาจนำแนวคิดการปลอมแปลงเอกสารสิทธิประโยชน์สำนักงานประกันสังคมหรือสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยมาใช้เป็นเหยื่อล่อฟิชชิ่งต่อบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

การวิเคราะห์ 3 ระดับ

ยุทธศาสตร์: ประเด็นสวัสดิการรักษาพยาบาลและประกันสังคมเป็นเหยื่อล่อทางวิศวกรรมสังคมที่มีอัตราการเปิดอ่านสูงในทุกระดับบุคลากร

ยุทธการ: ผู้โจมตีนำซอฟต์แวร์บริหารจัดการระยะไกล (RMM) ที่ถูกกฎหมายมาใช้เป็นเครื่องมือควบคุมเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของซอฟต์แวร์แอนติไวรัส

ยุทธวิธี: ฝ่ายไอทีต้องตรวจสอบและจำกัดการติดตั้งซอฟต์แวร์รีโมตคอนโทรลที่ไม่ได้รับอนุญาตบนเครื่องลูกข่าย พร้อมบล็อกไอพีและโดเมนที่เกี่ยวข้อง

อุตสาหกรรม/เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ

ภาคสาธารณสุข, เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสิทธิประโยชน์สุขภาพ, หน่วยงานบริการภาครัฐ, ประชาชนทั่วไป

MITRE ATT&CK
T1566.002 Spearphishing Link T1204.001 Malicious Link T1219.002 Remote Desktop Software T1573 Encrypted Channel
IOC ที่สำคัญ
23.227.202[.]93 15.204.43[.]235 allsecured[.]net icci-sa[.]com f1d103dd77d09697fa30fa14c4f39e394b0331a33ffd2ef5df2916dbe79e474b

ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง

ผู้ไม่หวังดีเจาะระบบผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต 3BB ในไทยผ่านช่องโหว่ FortiGate SSL-VPN (CVE-2024-21762) ฝังมัลแวร์ MeshCentral กระทบโครงข่ายการแพทย์ระดับภูมิภาค

เผยแพร่: 16 กันยายน 2569 · แหล่งที่มา: Hunt.io Admiralty B2

นักวิจัยจาก Hunt.io เปิดเผยกรณีตรวจพบการบุกรุกระบบของผู้ให้บริการบรอดแบนด์ 3BB ในประเทศไทย โดยผู้โจมตีใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ความรุนแรงระดับวิกฤติ CVE-2024-21762 บนอุปกรณ์ FortiGate SSL-VPN เพื่อขโมยรหัสผ่านระบบ RADIUS และติดตั้งเอเจนต์ MeshCentral ผ่านโดเมน ayuthayatech[.]com เพื่อสร้างช่องทางการเข้าถึงระบบจากระยะไกลแบบถาวร เหตุการณ์นี้กระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของโครงข่ายโทรคมนาคมหลักที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อระบบสารสนเทศของโรงพยาบาลและสถานีอนามัยในหลายจังหวัดทั่วประเทศ

ผลกระทบต่อประเทศไทย

ได้รับผลกระทบโดยตรง (Confirmed Direct Impact) เนื่องจากโครงข่าย 3BB มีบทบาทสำคัญในการให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่องค์กรธุรกิจ โรงพยาบาลชุมชน และศูนย์สาธารณสุขในต่างจังหวัด การที่ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าควบคุมโครงสร้างพื้นฐานระดับแกนกลางอาจนำไปสู่การดักจับข้อมูลการส่งต่อผู้ป่วยหรือการขยายวงโจมตีเข้าสู่เครือข่ายภายในของสถานพยาบาล

การวิเคราะห์ 3 ระดับ

ยุทธศาสตร์: ความมั่นคงปลอดภัยของโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นรากฐานสำคัญต่อการดำเนินงานของระบบสาธารณสุขทางไกล (Telemedicine) และการบริหารจัดการโรงพยาบาล

ยุทธการ: ผู้โจมตีมุ่งเจาะอุปกรณ์ไฟร์วอลล์และ VPN บริเวณขอบเครือข่ายเพื่อยึดครองสิทธิ์ผู้ดูแลระบบและแทรกซึมเข้าสู่โครงข่ายบริการหลัก

ยุทธวิธี: หน่วยงานสาธารณสุขที่ใช้อุปกรณ์ FortiGate ต้องเร่งอัปเดตแพตช์ปิดช่องโหว่ CVE-2024-21762 และตรวจสอบการเชื่อมต่อผิดปกติไปยังเซิร์ฟเวอร์ไอพี 92.63.180[.]133

อุตสาหกรรม/เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ

ผู้ให้บริการโทรคมนาคม (ISPs), โครงข่ายโรงพยาบาลและสถานพยาบาลในไทย (Healthcare & Hospitals), โครงสร้างพื้นฐานสำคัญระดับชาติ

MITRE ATT&CK
T1190 Exploit Public-Facing Application T1068 Exploitation for Privilege Escalation T1219 Remote Access Tools T1003 OS Credential Dumping T1078 Valid Accounts T1021.004 SSH
IOC ที่สำคัญ
92.63.180[.]133 ayuthayatech[.]com www.ayuthayatech[.]com /agent[.]ashx

ดู IOC ฉบับเต็มที่ลิงก์ด้านล่าง

ข้อสังเกตประจำสัปดาห์

ข้อเสนอแนะ